นไปทั่วทั้งเมืองส่วนฆาตกรออกจากเมืองหลวงไปกบดานอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่อยู่ไกลออกไปหลายร้อยลี้เสียตั้งนานแล้ว
ชายผู้มีใบหน้าสุขุมเย็นชาก้าวเท้าอย่างมั่นคงเข้าไปในเรือน
“ฉินเจียงจวิน หมู่นี้ไม่เห็นท่านไปที่โรงเตี้ยมเลย”คนที่เดินผ่านมาเอ่ยทัก
“เดี๋ยวข้าไป” ชายผู้นั้นส่งยิ้ม หากเทียบกับสภาวะเซื่องซึมหม่นหมองในอดีต ดูเหมือนว่าเขาผู้นี้จะดูผ่อนคลายขึ้นมากแล้ว ราวกับได้รับการเติมเต็มจิตวิญญาณอีกครั้งแต่หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว อาการเช่นนี้กลับสร้างความรู้สึกหวาดกลัวให้แก่ผู้ที่พบเห็น
ชายผู้นี้เปรียบเสมือนเปลวเพลิง ที่แม้ดูสว่างไสวแต่ก็สามารถเผาทำลายชีวิตของตนเองให้กลายเป็นเถ้าธุลีได้เช่นกัน
เรือนซอมซ่อหลังเล็กปรากฏอยู่เบื้องหน้า เขาผลักประตูและเดินเข้าไปสำรวจรอบๆ แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของเด็กหนุ่มผู้นั้น
เขาเดินเข้าไปกลางลานนั้นอีกครั้ง เปิดฝาถังและตักน้ำขึ้นมาดื่มสองสามอึก จากนั้นกระโดดลงไปในถัง อาบน้ำอย่างสบายใจแล้วจึงสวมอาภรณ์ชุดใหม่เสื้อคลุมที่ถูกเย็บโดยคู่หมั้นของเขาเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำจากเนื้อผ้าอย่างดี จนถึงตอนนี้เสื้อคลุมนั้นยังคงสีสดเหมือนใหม่ไม่มีผิดเพี้ยน
เพียงแต่ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ได้เปลี่ยนจากแม่ทัพหนุ่มผู้เปียมไปด้วยชีวิตชีวาให้กลายเป็นชายหนุ่มเสเพลที่เสพสุขจากสุราชั้นดี เสื้อคลุมอย่างดีกับสภาพชายหนุ่มในขณะนี้จึงดูขัดกันอย่างสิ้นเชิง
เขาดึงชายเสื้อคลุมอย่างถะนุถนอม พล