นรอจนรากงอกแล้วหรือเผลอๆ คงไปเกิดใหม่แล้วกระมัง ชายโง่งมเช่นนี้น่าอิจฉาตรงไหนกัน”ทั้งสองต่างหัวเราะและถกเถียงกันไปมา จากนั้นก็พักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน
ก่อนที่จะถึงเวลานัดกับหลิวเซียนกู เจียงซื่อทิ้งอาหมานไว้ที่นั่น ส่วนตัวเองก็กลับไปก่อน
เมื่อหลิวเซียนกูที่มาถึงตรงเวลาเห็นว่าเจียงซื่อไม่ได้อยู่ที่นั่นก็รู้สึกโล่งใจ “เงินน่ะ ข้าไม่เอาคืนหรอก ข้าอยากจะมาขอบคุณคุณหนูสี่ที่ช่วยข้าไว้ต่างหาก”
“ไม่ได้หรอก คุณหนูสั่งเอาไว้ เป็นหนี้ก็ต้องใช้คืนเป็นกฎของสวรรค์ ท่านรับไปเถอะ อีกอย่างหากภายหน้าบังเอิญเจอคุณหนูก็ให้ทำเป็นไม่รู้จักกันจะดีที่สุด”คำขอของหลิวเซียนกูไม่เป็นผลจึงต้องรับเงินสองร้อยตำลึงนั้นคืนไปแต่โดยดี
หลายวันหลังจากนั้น เด็กหนุ่มก็เดินทางมาถึงเมืองเล็กๆ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงหลายร้อยลี้
เด็กหนุ่มเพิ่งจะอายุยี่สิบต้นๆ เท่านั้น เขาเกิดมาพร้อมใบหน้าหล่อเหลา เพียงแต่ท่าทางการเดินของทำให้เขาดูเป็นคนขี้เล่นไม่จริงจัง
การที่เด็กหนุ่มมาปรากฏตัวในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดึงดูดความสนใจของผู้คนแต่อย่างใด
เด็กหนุ่มไปหยุดอยู่หน้าโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง ใช้มือลูบคางพลางพึมพำกับตัวเองว่า “คุณหนูบอกชายผู้นั้นชอบมาดื่มสุราที่โรงเตี้ยมนี้สินะ”
ในขณะนั้นเองมีแขกคนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากโรงเตี้ยมพอดี เด็กหนุ่มจึงรั้งตัวเขาไว้และยัดแผ่นทองแดงสองสามแผ่นใส่มือ “พี่ชาย ไม่ทราบว่าฉินเจียงจวินมาดื่มสุราที