ึก
เซียนกู จริงด้วย เซียนกู!
“เซียนกูล่ะ” เฝิงเหล่าฮูหยินถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องนางหันไปเห็นหลิวเซียนกูที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่ง
หลิวเซียนกูที่กำลังตกที่นั่งลำบาก ไข่เน่ากลิ่นเหม็นคละคลุ้งแห้งกรังติดอยู่บนใบหน้าของนาง
เฝิงเหล่าฮูหยินจึงถามขึ้นด้วยความตกใจว่า“เซียนกู เหตุใดจึงเป็นกลายเป็นเช่นนั้น เซียวซื่อเจ้าดูแลเซียนกูแทนข้าเช่นนี้งั้นหรือ!”
คำพูดของเฝิงเหล่าฮูหยินทำให้ทุกคนในที่นั้นตื่นจากภวังค์ ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลิวเซียนกู
หากยังไม่พูดถึงความสามารถของหลิวเซียนกูที่ใช้วิชาสร้างกลอุบายได้อย่างเก่งกาจ นางใช้เวลาไม่นานในการดึงสติตัวเองที่กำลังตะลึงงันให้กลับมาเป็นปกติ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มบางๆ สมกับเป็นผู้มีวิชาแกร่งกล้า
แม้ว่าเจียงอันเฉิงและน้องชายอีกสองคนเป็นพวกไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้ แต่ในเวลานี้กลับมีทั้งความรู้สึกประหลาดใจและสงสัยใคร่รู้เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ส่วนเซียวซื่อและคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถมองหลิวเซียนกูด้วยสายตาเดิมได้อีกต่อไป
ดวงตาของเหล่าฮูหยินดีขึ้นภายในสามวันตามที่บอก นี่เป็นสิ่งรับรองว่าหลิวเซียนกูเป็นผู้มีพลังแกร่งกล้าดุจเทพ!
คราวนี้ต่อให้เซียวซื่อจะมีความรู้สึกแคลงใจต่อหลิวเซียนกูมากเพียงใดก็ไม่กล้าแสดงท่าทีดูแคลนได้อีกต่อไป นางจึงรีบเอ่ยอย่างยิ้มแย้มว่า“ทำให้เซียนกูต้องลำบากเสียแล้ว ขอเซียนกูอย่าถือโทษ”
หลังจากพูดจบนางจึงส่งสายตาไปที่สาวใช้ “ยัง