างเอ่ย “ท่านย่าเห็นด้วยงั้นหรือเจ้าคะ ถ้าเช่นนั้น หลานคงบุ่มบ่ามไปเอง เมื่อเห็นว่าหลิวเซียนกูรีบร้อนจะไปให้ได้ ข้าจึงรั้งนางไว้ก่อนน่ะเจ้าค่ะ”
“ถ้าเจ้าไม่รู้เรื่องแต่แรกก็มิเป็นไรหรอก คราวหน้าคราวหลังเจ้าใช้เวลาอยู่กับลี่เอ๋อร์บ่อยๆ เถิดอย่ามาวุ่นวายเรื่องของผู้ใหญ่เลย” นายท่านรองเจียงชำเลืองมองไปที่เซียวมาหม่ากล่าวว่า “ยังไม่รีบพาตัวนางออกไปอีก!”
เจียงซื่อก้าวไปขวางทางเซียวมาหม่าไว้พร้อมกับกล่าวว่า “ยังนำตัวหลิวเซียนกูไปเวลานี้ไม่ได้”
“ซื่อเอ๋อร์ อย่าเอาแต่ใจเช่นนี้สิ!”
เจียงซื่อทำทีหัวเราะพลางเอ่ยว่า “หลานไม่กล้าเอาแต่ใจต่อหน้าท่านอารองหรอกเจ้าค่ะ ที่จริงแล้วข้าเพิ่งประกาศต่อหน้าฝูงชนจะให้หลิวเซียนกูอยู่ที่นี่อีกหนึ่งวัน รอจนถึงวันพรุ่งนี้จึงจะให้นางออกไปได้ แต่หากปล่อยนางไปตอนนี้ พวกเขาจะไม่มองว่าจวนปัวของเรากลับกลอกไปมาหรอกหรือเจ้าคะ”
ใบหน้าของนายท่านรองเจียงดูเคร่งขรึมกว่าเก่า
เจียงซื่อทำทีเป็นมองไม่เห็นและกล่าวต่อว่า “อีกอย่าง มีสตรีนางหนึ่งมาร้องขอความช่วยเหลืออยู่ที่หน้าจวน ชาวบ้านอาจมองเป็นว่าจวนปัวเป็นพวกรังแกคนที่อ่อนแอกว่า หากปล่อยไปเช่นนี้คงมีเรื่องวุ่นๆ ตามมาอีกเป็นแน่”
“พูดได้ดี!” เจียงอันเฉิงสาวเท้าก้าวใหญ่เดินมา“น้องรอง ในเมื่อซื่อเอ๋อร์รั้งคนให้นางอยู่ต่อแล้วก็ให้อยู่ต่ออีกสักวันเถิด”นายท่านรองเจียงหน้าดำคล้ำเครียดกล่าวว่า “พี่ใหญ่ เมื่อตอนอยู่ที่เรือนฉือซิน ท่า