วได้กลิ่นคุณหนูเจียงจากตัวเด็กหนุ่มผู้นั้น มันจึงไม่ยอมปล่อยผู้นั้นไป”
น่าโมโหเสียจริง เอาอะไรมาพูดว่าบนตัวเด็กหนุ่มนั่นมีกลิ่นของนาง!
สัญชาตญาณของอวี้จิ่นบอกเขาว่าจากการแต่งกายของเด็กหนุ่มนั่นคงเป็นแค่อันธพาลข้างถนนเสียมากกว่า เจียงซื่อคงจะรู้จักเขาเพียงแค่ผิวเผินหรืออย่างมากก็แค่เรียกมาใช้ทำธุระเท่านั้น
แต่ก็ยังน่าโมโหอยู่ดี เอาอย่างไรดีล่ะ
องค์ชายเจ็ดที่กำลังงุ่นง่านถึงขั้นสุด พยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้สตรีตรงหน้าจับสังเกตได้
“ท่านพูดอะไรของท่าน” แก้มของเจียงซื่อร้อนผ่าว อดไม่ได้ที่จะเตะเข้าไปที่ขาของชายหนุ่ม
โฮ่งงงๆ คราวนี้เอ้อร์หนิวเห่าขึ้นเป็นเชิงเห็นด้วยกับเจ้าของ
อวี้จิ่นยิ้มเจื่อนกล่าว่า “ข้าเดาว่าเด็กหนุ่มนั้นคงกำลังไปทำธุระให้คุณหนูเจียง เพราะเห็นว่าท่านเพิ่งพบกันในโรงน้ำชาเทียนเซียง”
“แล้วอย่างไรเล่า” เจียงซื่อชำเลืองมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า
อวี้จิ่นปันหน้าจริงจังเอ่ยว่า “ข้าคิดว่าถ้าเทียบกันแล้ว ข้าคงรู้งานมากกว่าเด็กหนุ่มนั่น อีกอย่างถ้าคุณหนูเจียงใช้งานคนอื่นก็ต้องจ่ายค่าแรง ผิดกับข้า ที่ยอมขายตัวชำระหนี้อยู่แล้ว คุณหนูไม่ต้องควักเงินสักตำลึง”
เจียงซื่อหัวเราะอย่างเย็นชาเอ่ยว่า “แต่ข้าคิดว่าการเรียกใช้เด็กหนุ่มนั่นก็คล่องไม้คล่องมือดี หนำซ้ำคุณชายอวี๋เป็นถึงสหายของพี่รอง หากข้าใช้ท่านราวกับเป็นบ่าวคนหนึ่ง พี่ชายข้าคงคัดค้านเป็นคนแรก”
นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ป