รับสีหน้านิ่งเรียบพลางเอ่ย “คุณชายอวี๋อย่ากล่าวอะไรที่เป็นไปไม่ได้เลย ส่วนเรื่องเงินพันตำลึง ท่านมีเมื่อไหร่ก็ค่อยใช้คืน แต่หากไม่มีก็ช่างเถิด ข้ากับท่านก็มิได้รู้จักมักจี่กันถึงขั้นนั้น ชายหญิงแตกต่าง หากมีโอกาสพบกันคราวหน้า ควรรักษาระยะห่างไว้ก็เป็นการดีเจ้าค่ะ”
“คุณหนูเจียงพูดมาก็มีเหตุผล” อวี้จิ่นก้มมองต่ำขนตายาวและหนาทำให้เกิดเงาใต้ดวงตา มันฉายแววเศร้าสร้อยเกินคณานับ
คนที่หน้าตาหล่อเหลาก็มักจะได้เปรียบกว่าเสมอเมื่อเห็นท่าทีเศร้าสร้อยของชายหนุ่ม อาหมานที่นิ่งเงียบอยู่เสียนานก็อดเห็นใจไม่ได้คุณหนูก็ใจจืดใจดำเสียเหลือเกิน
อวี้จิ่นผุดยิ้มขึ้นรีบเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะรีบไปหาเงิน ถ้ามีเงินเมื่อไหร่จะรีบเอามาใช้คืนทันที”
ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยไม่รอให้เจียงซื่อตอบตกลงอวี้จิ่นยกมือคารวะบอกลาและหันไปลูบหัวเอ้อร์หนิว “เอ้อร์หนิว ไปกันเถอะ”
มีของดีให้รีบตักตวง มีโอกาสคราวหน้าไว้ค่อยมาใหม่ นี่คือกฎเหล็ก
อวี้จิ่นพาสุนัขตัวใหญ่เดินจากไปอย่างไม่รอช้าปล่อยให้เจียงซื่อยืนอึ้งอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้
ดูเหมือนจะตกหลุมพรางของคนสารเลวนี่อีกแล้วถ้ามีเงินเมื่อไหร่จะรีบเอามาใช้คืนทันทีหมายความว่าอย่างไรกันนะ
“คุณหนู ไปกันเถิดเจ้าค่ะ”
“หืม”
“พวกเรายังไม่ไปกันอีกหรือเจ้าคะ”
ดูเหมือนคุณหนูจะยังอาลัยอาวรณ์
“ไปเถอะ”
ทั้งนายหญิงและสาวรับใช้เดินไปได้ไม่นานก็มาถึงที่หน้าประตูใหญ่จวนตงผิงปัว โดยปกติหน้า