้องการจะจากไป แต่แล้วนางก็พบว่าชายเสื้อของตัวเองถูกเอ้อร์หนิวดึงรั้งไว้
เจียงซื่อก้มศีรษะลง เห็นว่าในดวงตาของเจ้าสุนัขตัวใหญ่บัดนี้เปิดขึ้น หยาดน้ำตาสีใสเอ่อคลอขึ้นเต็มดวงตา หางของมันลู่ตกลง และท่าทีของมันก็ไร้เดียงสาดูน่าสงสารมาก
“เอ้อร์หนิว ปล่อยก่อน” เจียงซื่อพูดกับมันน้ำเสียงจนใจ
ตอนนี้นางเริ่มสงสัยแล้วว่าเอ้อร์หนิวกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งเหมือนกับนางหรือเปล่า มิฉะนั้นความใกล้ชิดที่ผิดปกตินี้ของเอ้อร์หนิวที่มีต่อนางสมควรจะอธิบายว่าอย่างไรดี
ต้องรู้ก่อนว่าเอ้อร์หนิวไม่ใช่สุนัขธรรมดา แต่มันเป็นสุนัขที่มีประสบการณ์ผ่านสงครามมาแล้วไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่จะออดอ้อนขอความรักจากผู้คน
เอ้อร์หนิวสะบัดหางไปมา ทำราวกับฟังคำพูดของนางไม่เข้าใจ
อยากพูดอะไรก็พูดไปสิ อย่างไรมันก็ไม่ยอมปล่อยปากเด็ดขาด!
ได้เห็นท่าทีตีมึนไม่รู้ความของเอ้อร์หนิว แม้แต่อาหมานที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ยังอดกลอกตาใส่ไม่ได้พูดกับตัวเองในใจว่า ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าสุนัขตัวนี้เจ้าแผนการมากกว่าข้าอีกเล่า
ไม่อาจไม่พูดว่าลูกไม้นี้ของเอ้อร์หนิวได้ผลดีมากจริงๆ เวลานี้อวี้ชีได้เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจียงซื่อแล้ว และระยะห่างระหว่างทั้งสองคนไม่เกินสิบจั้งเท่านั้น
พอได้เผชิญหน้ากับเขาจริงๆ เจียงซื่อกลับสงบลงมาก รอยยิ้มห่างเหินถูกแสดงขึ้นบนใบหน้า เจียงซื่อเอ่ยทักทายเขาไปว่า “คุณชายอวี๋ บังเอิญยิ่งนัก”
อวี้ชีขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวมากขึ้น พินิ