จนางอย่างพึงใจและยิ้มให้ “ข้าจงใจตามคุณหนูเจียงมาเอง”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงซื่อถูกเก็บกลับไปในทันที “คุณชายอวี๋หมายความว่าอย่างไร”
ทันใดนั้นอวี้ชีก็โค้งคำนับให้กับเจียงซื่ออย่างจริงจัง “เรื่องในวันนี้ต้องขอบคุณคุณหนูเจียงมากที่ยื่นมือเข้าช่วยเอ้อร์หนิว”
เจียงซื่อหลบการคำนับของอวี้ชีพัลวัน พูดด้วยน้ำเสียงไม่ร้อนไม่เย็นว่า “คุณชายอวี๋ล้อเล่นแล้วข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย”โฮ่งๆๆ เอ้อร์หนิวเห่าไปทางเจียงซื่ออย่างเห็นค้าน
ไร้สาระ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าซื่อซื่อเป็นคนช่วยข้าไว้เจ้านายท่านรีบตอบแทนนางแทนข้าเร็วเข้า
มุมปากของอวี้ชียกยิ้มขึ้น “ดูสิ คุณหนูเจียงแม้แต่เอ้อร์หนิวก็ยอมรับแล้ว”
เจ้าสุนัขตัวใหญ่ฮัมเสียงในลำคอและพยักหน้า
เจียงซื่อไม่สนใจบทร้องรับของหนึ่งคนหนึ่งสุนัขตรงหน้านี้ กัดฟันปฏิเสธไปอย่างเฉียบขาดว่า“ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าคุณชายอวี๋ พูดถึงเรื่องอะไร นี่ก็สายมากแล้ว ข้าควรกลับจวนเสียที”
โฮ่งงง! เอ้อร์นิวเห่าเรียกร้องความสนใจออกไปมันวิ่งไปที่ตีนกำแพงและเริ่มขุดดินบริเวณนั้นออก
อาหมานพูดพึมพำ “คงไม่ใช่ว่าเอ้อร์หนิวยังซ่อนเหอเปาไว้ตรงนี้อีกใบหรอกนะ”
เจียงซื่อถลึงตาจ้องอาหมานตาเขียวปัด
สาวรับใช้ของนางโลภมากขนาดนี้เมื่อไหร่กัน
อาหมานรีบหุบปากลงฉับทันใด
ในไม่ช้า เอ้อร์หนิวก็กลับมาพร้อมกับบางสิ่งในปากของมันและวางมันลงตรงหน้าเจียงซื่อ
“อ๊ะ มันคือถ้วยชาใบนั้น!” อาหมานเหลือบมองแวบหนึ่งแล้วหลุดโพล่งอ