านกับเซียวซื่อว่านางจะขอออกไปข้างนอกชั่วครู่
เซียวซื่อยังไม่ทันได้สติจากเรื่องที่สาวรับใช้นำมารายงานดี เมื่อได้ยินคำขอของหญิงสาว นางก็ปฏิเสธไปอย่างไม่ลังเล
ลูกศิษย์กลับมารายงานให้หลิวเซียนกูทราบหลังจากที่หลิวเซียนกูได้ยิน นางก็ตัดสินใจว่าจะไปหาเซียวซื่อด้วยตนเอง
“เอ้อร์ไท่ไท่เพิ่งเป็นลมหมดสติไปเมื่อสักครู่นี้เองเจ้าค่ะ เวลานี้คงกำลังเวียนหัวอยู่ เพิ่งจะเอนตัวลงนอนพักผ่อนไป หากเซียนกูท่านมีธุระอันใดอีกประเดี๋ยวท่านค่อยกลับมาใหม่เถิด” เป็นสาวรับใช้ใหญ่ของเซียวซื่อที่ออกมารับหน้าหลิวเซียนกูเอาไว้
“ไม่เป็นไร ให้ไท่ไท่พักผ่อนไปเถิด ข้าไปพูดกับเหล่าฮูหยินก็ได้เหมือนกัน” หลิวเซียนกูพูดด้วยสีหน้านิ่งสงบ เห็นได้ชัดว่าการปฏิเสธถึงสองครั้งสองคราของเซียวซื่อก็ไม่ทำให้นางแสดงท่าทีขุ่นเคืองไม่พอใจออกมา
แค่กๆๆ เสียงไอเบาๆ ดังส่งมาจากด้านใน “เชิญเซียนกูเข้ามาเถิด”
หลิวเซียนกูเดินเข้าไปข้างในห้องอย่างสุขุม
เซียวซื่อลุกขึ้นนั่งด้วยความช่วยเหลือจากสาวรับใช้ หลังจากพลิกหมอนหกสีขึ้นตั้ง นางก็พิงหลังไปกับหัวเตียง รับหน้าหลิวเซียนกูที่เดินเข้ามาด้วยสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอน“ไม่ทราบว่าเซียนกูมีธุระด่วนอันใดหรือถึงขนาดต้องไปพูดกับเหล่าฮูหยินด้วยตนเอง” เซียวซื่อเผชิญหน้ากับหลิวเซียนกูด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
ถ้าเป็นไปได้ นางก็แทบอยากจะฆ่านังแม่หมอนี่เสียเดี๋ยวนี้!
นางได้ส่งคนติดต่อพี่สะใภ้ครอบครัวฝังมารดาไว้