ั้นคุณหนูสามเจียงเชี่ยวที่เดินนำหน้าเจียงซื่ออยู่ก่อนได้เอ่ยทักทายซานไท่ไท่ กัวซื่อที่ได้เข้ามาเยี่ยมเหล่าฮูหยิน คนที่ยืนตัวตรงอยู่หลังกัวซื่อครั้นได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เฝิงเหล่าฮูหยินมองกวาดสายตาไปรอบๆ เจียงเชี่ยวที่เห็นแววตาคู่นั้นพลันต้องหลบสายตาโดยทันใดไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
เจียงเพ่ยถึงกับงุนงง
ท่านย่ากำลังพูดอะไร หรือว่าข้าฟังผิดไป
เมื่อพบว่าเจียงเพ่ยไม่มีท่าทีอะไร เจียงลี่จึงสะกิดนาง “น้องหก ที่ท่านย่าพูดคงหมายถึงเจ้า”
เจียงเพ่ยกะพริบตาปริบๆ ใบหน้าซีดลงราวกับเห็นน้ำมันที่กำลังจะราดลงบนกองขี้เถ้าที่มอดลงไปแล้ว กลับกันใบหน้าของเจียงลี่พลางขึ้นสี
เจียงเพ่ยที่คุ้นเคยกับการชอบพูดประจบสอพลอผู้ใหญ่ วันนี้ถูกเฝิงเหล่าฮูหยินตำหนิต่อหน้าทุกคนจึงทำให้นางรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก
ที่น่าหงุดหงิดไปมากกว่านั้นคือ แม้แต่เหตุผลที่ถูกตำหนินางเองก็ยังไม่รู้!
“หลานขอตัวกลับก่อนเจ้าค่ะ” เจียงเพ่ยรีบทำความเคารพเฝิงเหล่าฮูหยินอย่างร้อนรน พลางกุลีกุจอแล่นฉิวออกไปราวกับโผบินเพียงลมพายุที่พัดผ่านร่างของเจียงซื่อ ชั่วครู่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจียงเพ่ยแล้ว
นางได้แต่ยิ้ม พร้อมกับปันสีหน้าเรียบนิ่งเตรียมเดินออกไป
ขณะนั้น ผู้คนตรงหน้าที่เดินเข้ามาใหม่ คนด้านหน้าคือเอ้อร์ไท่ไท่เซียวซื่อและเจียงเชี่ยนเซียวซื่อที่กำลังเดินไปคุยไปกับคนข้างกาย
ในดวงตาของเจียงซื่อนึกยิ้มขึ้นมาทันที