าวของเจียงซื่อเมื่อคืนนี้ล้วนกระจายไปทั่วหมดเสียแล้ว
เจียงซื่อมองไปทางปั้าหลิวที่คุกเข่าอยู่ต่อหน้าตนอย่างนิ่งเงียบ
“คุณหนูเจ้าคะ เป็นบ่าวผิดเองที่เลอะเลือนไปชั่วขณะ ลงมือทำร้ายคุณหนู ขอคุณหนูเมตตาบ่าวด้วยเถิดนะเจ้าคะ คิดเสียว่าบ่าวไม่ได้ทำอะไรก็แล้วกันนะเจ้าคะ บ่าวสำนักผิดแล้วจริงๆต่อไปนี้บ่าวไม่กล้า…” ปั้าหลิวใช้สองมือตบใบหน้าตัวเองจนแดงเถือก
นอกจากคนที่เพิ่งเดินออกมาจากเรือนฉือซินแล้วยังมีคนอื่นที่อยู่ข้างนอกเริ่มซุบซิบกันขึ้นมา
“ปั้าหลิวน่าสงสารจริงๆ นะ”“นั่นน่ะสิ ถึงแม้ว่าจะทำผิดไป แต่ไล่ให้ทั้งครอบครัวออกไปอยู่ชนบทเช่นนี้ก็ทำเกินเหตุไปหน่อย”
…
บรรดาบ่าวรับใช้ทั้งหลายต่างไม่สนใจว่าปั้าหลิวไปทำความผิดอะไรมา พอได้ยินว่าถูกไล่ไปอยู่ชนบทเท่านั้นก็อดสงสารไม่ได้
“ถ้าพวกเจ้ายังจะกล้าพูดเหลวไหลอีก ข้าจะฉีกปากให้ขาดเลยคอยดู” อาหมานพูดอย่างโกรธเคือง
เอ้อร์ไท่ไท่เซียวซื่อมองดูด้วยแววตาสะใจ อัดอั้นตันใจมาทั้งคืนในที่สุดก็ได้ระบายออกมา
ปั้าหลิวมาขอร้องก่อเรื่องวุ่นวายขนาดนี้แล้วเจียงซื่อในสายตาบรรดาบ่าวรับใช้อีกไม่นานก็คงถูกพูดถึงในทางไม่ดี ต่อไปนี้จะมีจวนดีๆ มีฐานะที่ไหนกล้ามาสู่ขอนางอีก
จะมีอะไรมาแก้แค้นหญิงสาวได้ดีไปกว่าการทำลายงานแต่งดีๆ ของนางได้
ปั้าหลิวร้องขอจนฟั้าจะถล่มดินจะทะลาย จนบ่าวรับใช้ในเรือฉือซินออกมาดู
“เกิดอะไรขึ้นกัน” เฝิงเหล่าฮูหยินเดิมทีที่พักสายตาไปแล้วจึงถามอาฝูขึ้นม