าสี่นั่งหมดอาลัยตายอยากลงบนพื้น ความคิดต่างๆในขณะนั้นกลับหายไปหมด
จากบ่าวรับใช้คนสนิทของเรือนฉือซินเปลี่ยนสถานะเป็นบ่าวรับใช้ในห้องเย็บปัก ให้นางตายไปเสียยังจะดีกว่า
อาฝูเห็นสีหน้าของอาสี่ไม่ค่อยไม่สู้ดีนัก ถึงอย่างไรนางสองคนก็เป็นสหายกันมาตั้งนาน จึงรีบพยุงนางขึ้น “เหล่าฮูหยินเจ้าคะ บ่าวขอตัวพาอาสี่ไปเก็บของก่อนนะเจ้าคะ”
“ไปเถอะ” หลังจากเจอเรื่องวุ่นวายมาได้สักพักเหล่าฮูหยินก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยจึงเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ “เฝิงมาหม่า คนพวกนี้ต่อไปข้าให้เจ้าดูแลแล้วกัน หากผู้ใดปากมากอีกก็ขับออกจากจวนเสีย”
ตลอดทั้งคืนนั้นเรือนฉือซินเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้คนอยู่อาศัย และไม่มีใครกล้าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
ที่เรือนหย่าซินสถานการณ์ก็เลวร้ายพอๆ กันเซียวซื่อกลับมาจากเรือนฉือซินอย่างหัวเสีย พอเข้าไปในเรือนของตนก็กวาดถ้วยชาร่วงหล่นจากโต๊ะจนกระจัดกระจายเต็มไปหมด
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” นายท่านรองเจียงเดินเข้ามาด้วยความแปลกใจ ของกระจายเต็มไปหมดไม่มีแม้แต่ที่จะยืน
เซียวซื่อรู้สึกตัวก็ทำอะไรไม่ถูก เดินหนีออกไปให้บรรดาบ่าวรับใช้รายงานสถานกาณ์แทน
“เหลวไหล” นายท่านรองเจียงฟังจบก็ตวาดลั่น“เจ้าป็นอาสะใภ้ประเภทใดกัน กับเรื่องแค่นี้เจ้าถึงขนาดลงไม้ลงมือกับหลานได้ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น”
เซียวซื่อหน้าแดงโกรธจัด “ใครจะไปรู้ว่าเจียงซื่อมันจะไม่รักษาหน้าตา ยอมแตกหักกับข้าได้”
บ้านรองมีโอกาสรังแกบ้านใหญ