นัยน์ตาของอาเฉี่ยวฉายแววโกรธเคือง และนำถาดอาหารยืนส่งมาตรงหน้าของเจียงซื่อ
“คุณหนูดูสิเจ้าคะ นี่คืออาหารที่หงเสี้ยนไฉนำมาจากห้องครัว”
ในจวนปัวการรับประทานอาหารนั้นมีกฎเกณฑ์อยู่ คุณหนูทั้งหลายจะทานกับข้าวสี่อย่าง น้ำแกงหนึ่งอย่างและตามด้วยของหวานหนึ่งอย่าง
อาเฉี่ยวเปิดถาดอาหารออกมาเป็นไก่ตุ๋นเห็ดหนึ่งอย่าง กระต่ายผัดพิทักษ์วังหนึ่งอย่าง ผัดปวยเล้งหนึ่งอย่าง ยำเห็ดหูหนูหนึ่งอย่าง น้ำแกงสามสหายหนึ่งอย่าง และไข่ม้วนสมปรารถนา
“นี่คืออะไรกัน ไก่ตุ๋นเห็ดเหตุใดมีแต่หัวไก่สองหัว” แค่เห็นอาหมานก็หัวร้อนและชี้ไปยังไก่ตุ๋นเห็ดดำๆ นั่น
เจียงซื่อยกมือขึ้นหยิบตะเกียบคีบไข่ม้วนสมปรารถนาค่อยๆ กินลงไป แต่กลับไม่แตะต้องกับข้าวสี่อย่างและแกงหนึ่งอย่างนั่นเลย
“คุณหนูเจ้าคะ ไก่ตุ๋นเห็ดจานนี้กินไม่ได้ แต่ว่ากับข้าวสามอย่างนั้นยังพอไหวอยู่นะเจ้าคะอย่างไรก็ทานหน่อยเถอะ” อาเฉี่ยวพูด“แกงสามสหายเค็มเกินไป กระต่ายผัดพิทักษ์วังก็หวานเกินไป ปวยเล้งก็ยังผัดไม่สุก แล้วก็ยำเห็ดก็ยัง…” เจียงซื่อใช้ตะเกียบพลิกไปพลิกมาอยู่ในจาน เห็นหูหนูแล้วเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ “ใส่เจี้ยมั่ว[1]มากไปหน่อย น่ากลัวว่ากินเข้าไปแล้วน้ำตาจะไหลเอาได้”
“คุณหนูท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ” อาเฉี่ยวมองไปยังอาหารเลิศรสอย่างตกใจ
ทว่าอาหมานที่นิสัยค่อนข้างใจร้อนไม่ทันไรก็ใช้ตะเกียบคีบเข้าปากไปแล้ว พอกินยำเห็ดหูหนูเข้าไปก็รีบคายทันทีพร้อมกับน้ำตาที่เอ