งต้นหลิว แน่นอนว่าไม่ได้ไปเพื่อเดินเล่นเฉยๆ
นางจะไปเก็บ ‘สมุนไพร’ ต่างหาก
นางเองไม่ได้ศึกษาการแพทย์ แต่นางได้เรียนรู้ศาสตร์โบราณพิสดารจากห้องยาสมุนไพรของผู้อาวุโสเผ่าอูเหมียวมา ห้องยาสมุนไพรนั้นมีตำราการใช้ยาแปลกประหลาดมากมาย ‘สมุนไพร’ ที่นางต้องการค่อนข้างพิสดารเช่นกัน
‘สมุนไพร’ ที่นางมาเก็บครั้งนี้คือพืชชนิดหนึ่งที่ร้อยปีจะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่งใต้ต้นหลิวแก่ ชื่อว่าไปั๋เจี่ยว ซึ่งภายนอกของไปั๋เจี่ยวนั้นไม่ได้มีความแตกต่างจากพืชอ่อนชนิดอื่นสักเท่าใดนัก คนหรือสัตว์ปีกกินเข้าไปก็ไม่ได้ทำให้เกิดอาการใดๆแต่หากได้ผ่านขั้นตอนการปรุงสมุนไพรขึ้นมาแล้วล่ะก็ ไม่มีใครสามารถแยกแยะผ่านรสสัมผัสใดได้ทั้งนั้น
วิจิตรธาราเลียบฝัง ร่มเงาลาดยาวสุดสาย ต้นหลิวร้อยปีหาใช่พบเห็นได้ยาก
ตอนนี้เป็นช่วงวสันตฤดู บริเวณริมต้นหลิวมีคนจำนวนไม่น้อยออกมาเดินเล่นชมธรรมชาติ ไม่ว่าจะชายหญิงเอย เด็กเล็กเอย ผู้ใหญ่เอยแม้กระทั่งผู้สูงวัยล้วนมีทุกเพศวัย ทันใดนั้น มีเด็กน้อยวิ่งผ่านเจียงซื่อพวกนางสามคนไป ทำให้ได้ยินเสียง กรุ๊งกริ๊ง จากกระดิ่งที่ห้อยไว้ตรงขาของเด็กน้อยที่วิ่งผ่านเวลานี้เอง อาจี๋เบิ่งตาโตแล้วเอ่ยขึ้นว่า “นี่เจ้าเด็กพวกน้อย วิ่งระวังกันหน่อยสิ หากวิ่งชนคนเข้าแล้วมิอาจละเว้นได้นะ!”
“เอาเถอะน่า เจ้าจะเอาอะไรหนักหนากับเด็กน้อยเล่า” อาหมานเอ่ยติดูแคลนอาจี๋ที่ทำลายบรรยากาศการมองภาพทิวทัศน์อันงดงามของต้นหลิวที่ทอด