ซานกับหญิงผู้นั้นเป็นอะไรหรือไม่”ฮ่องเต้จิ่งหมิงตรัสถามอีกครั้ง
ราวกับไม่มีสาสน์ระบุว่าอันกั๋วกงเกิดเหตุการณ์คนผมขาวต้องส่งศพคนผมดำ
“ทั้งสองคนถูกช่วยไว้ได้พ่ะย่ะค่ะ” ผู้ตรวจการหนิวเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“อย่างนั้นหรือ…”
หากได้นำเรื่องการตายเพื่อความรักไปเขียนลงบทละครละนับว่าเป็นบทที่ดีเชียวล่ะ
บรรดาข้าราชบริพาร “…” เหตุใดน้ำเสียงฮ่องเต้เจือด้วยความรู้สึกเสียดายล่ะ คงเข้าใจผิดแน่ๆ!
ผู้ตรวจการหนิวจดจ้องไปยังฮ่องเต้จิ่งหมิง อีกเพียงนิดเดียวแทบก็จะถลกแขนเสื้อถลาเข้าหาฮ่องเต้แล้ว
ฮ่องเต้จิ่งหมิงรีบตรัส “อย่างไรก็เป็นคนหนุ่มสาวนับว่าทั้งสองคนมีความจริงใจต่อกัน แต่จวนอันกั๋วกงได้หมั้นหมายกับจวนตงผิงปัวแล้ว ฝั่ายหญิงเองคงเสียหายไม่น้อย ผู้ตรวจการหนิวท่านกลับไปก่อนเถิด หลังว่าราชการกิจเสร็จข้าจะเรียกตัวอันกั๋วกงเข้าวังมาตำหนิให้หนัก!”
ผู้ตรวจการหนิวยืนนิ่งไม่ไหวติง “เพียงตำหนิเท่านั้นไม่พอให้เป็นบทเรียนแก่คนทั่วไปหลาบจำพ่ะย่ะค่ะ! พระองค์เคยไตร่ตรองดูหรือไม่ หากปราชาราษฎร์ต่างเอาอย่างคุณชายสามแห่งจวนอันกั๋วกงแล้ว จะไม่ปันปั่วนวุ่นวายไปหมดหรือต้าโจว[1] ยังมีกฎเกณฑ์อันใดเหลือให้ยึดถืออยู่อีก…”
ผู้ตรวจการหนิวถกแถลงแจ้งบทใหญ่ ฮ่องเต้จิ่งหมิงฟังจนปวดพระเศียรเวียนเกล้า รีบเอ่ยเอาใจ“ผู้ตรวจการหนิวเอ่ยล้วนแต่เป็นเหตุเป็นผลอันกั๋วกงปกครองบ้านเรือนไม่เข้มงวดแค่ตำหนิเท่านั้นคงไม่พอ เรื่องที่