ถึงเลยว่าจวนตงผิงปัวจะมีความกล้าถึงเพียงนี้”
“เหอะๆ ข้ากลับคิดว่านายท่านตงผิงปัวช่างโง่เขลานัก ตอนนี้ยกเลิกงานสมรสกะทันหันเพราะความโมโห แต่หลังจากนี้ล่ะ คุณหนูสี่ของจวนนั่นจะไปหาว่าที่สามีอย่างจวนอันกั๋วกงเช่นนี้ได้ที่ไหนอีก”
“จริงๆ แล้ว คุณชายสามของจวนอันกั๋วกงก็ทำเกินไป”
“เกินไปรึ” คนนั้นหัวเราะเยาะขึ้นมา “ผู้ชายน่ะหลงใหลในหอนางโลมมีเป็นโหล มีภรรยากับอนุภรรยาก็อีกเป็นโหล หลุ่มหลงสตรีแบบชั่ววูบแล้วมันเป็นอย่างไรกันเล่า หากนายท่านตงผิงปัวไม่ชอบเรื่องพรรณนี้จริงๆ ละก็ ข้าคิดว่าคุณหนูสี่ตระกูลเจียงคงต้องกลายเป็นหญิงแก่ไปตลอดชีวิตเป็นแน่”
เจียงจั้นได้ยินเช่นนั้น อารมณ์ก็พลันลุกเป็นไฟเขาโยนแก้วสุราลงที่พื้นดัง เพล้ง แล้วก็วิ่งเข้าไปดึงเสื้อของบุรุษคนหนึ่งพลางตะคอกออกไป “เจ้าพูดพล่ามอะไรของเจ้า ระวังปากของเจ้าด้วย!”
บุรุษท่านนั้นตะลึงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกะทันหันเขาเบิกตาโตมองดูเจียงจั้นอยู่ครู่ใหญ่ แล้วจึงบ่นพึมพำ “เจ้า เจ้าเป็นใคร”
เจียงจั้นชะงัก
หืม เสียงนี่มัน
บุรุษอีกท่านหนึ่งที่นั่งตรงข้ามกับบุรุษท่านนี้ ได้ลุกขึ้นอย่างเงียบๆ เพื่อเตรียมหนี
เจียงจั้นเข้าใจทันที “หยุดนะ ที่แท้คนพูดพล่อยๆเป็นเจ้า!”
เขาหยิบจานบนโต๊ะอาหารขึ้นมาและโยนออกไป
น้ำแกงในจานกระเด็นใส่คนนั้นเต็มแผ่นหลัง
จนบุรุษท่านนั้นก็โมโหตาม จึงหันกลับมาถาม“เจ้าเป็นใคร ข้าอยู่ของข้าดีๆ เจ้ามาอาละวาดอะไร”
“เปิดตาของเจ้าอ