ณเพียงหยดน้ำแต่ควรตอบแทนบุให้มากเท่าต้นน้ำ เพราะเป็นบุญคุณแห่งการช่วยชีวิตเชียวนะ”
ดูเหมือนว่านางอ่อนไหวมากเกินไป คนแซ่อวี๋ที่อยู่บนโลกใบนี้มีตั้งเท่าไหร่ไม่รู้ แล้วอวี๋ชีที่นางรู้จักก็อาจเป็นแค่นามแฝงเท่านั้นก็เป็นได้
“น้องสี่รู้จักคนมีนามว่าอวี๋ชีเหมือนกันรึ”เจียงจั้นเอ่ยถามเพื่อเป็นการยืนยัน
“ครั้งหนึ่ง ข้าบังเอิญได้พบกับบุรุษคนหนึ่งมีนามว่าอวี๋ชี ในตอนนั้นเกิดเรื่องทะเลาะกันเล็กน้อยเลยมีความทรงจำอยู่บ้างเจ้าค่ะ”“คนๆ นั้นหน้าตาดีสู้พานอาน[1] ได้หรือไม่”
หน้าตาดีรึ เจียงซื่อนึกทบทวน
คนๆ นั้นรูปงามมากจริงๆ งามประหนึ่งไข่มุกเรืองแสงเงางามวิบวับ รูปลักษณ์ของพานอานเป็นอย่างไร นางอ่านเจอแต่ในหนังสือ หากนำมาเปรียบเทียบ… แล้วพูดจากใจจริง บุรุษคนนั้นตบแต่งด้วยเครื่องแปั้งน้อยกว่าพานอานเล็กน้อย แต่มีความสง่ามากกว่า
แต่มีรูปงามกว่าแล้วอย่างไรเล่า เพราะ ‘อวี๋ชี’ ที่นางรู้จัก เป็นไอ้สารเลว
“ไม่เลยเจ้าค่ะ เขาคนนั้นเนื้อแน่นอ้วนท้วมหน้าตาดุร้ายไม่เป็นมิตร ดูแล้วไม่น่าใช่คนดี” คำวิจารณ์ด้านลบถูกเปล่งออกมาจากปากของเจียงซื่อยาวเป็นขบวน
“ถ้าเช่นนั้น คนที่เราสองคนได้พบก็อาจไม่ใช่คนๆเดียวกัน พี่อวี๋ชี เป็นคนตัวใหญ่บึกบึน แต่ดูก็รู้ว่าเป็นคนดี”
“เราหยุดคุยเรื่องนี้กันก่อนเถอะเจ้าค่ะ วันหลังพี่รองทำอะไร ก็อย่าให้มีปัญหาสอดแทรกเข้ามาอีกเลย ครั้งนี้มีคนเห็นหน้าท่านพี่แล้ว ไม่แน่อาจมีปัญหาตามมาก็เป็นได้”