น้องสี่ล่ะ ถ้าข้ารู้ข้าจะลอกหนังมันออกมาให้หมด!”
อาหมานกับอาเฉี่ยวที่ยืนอยู่ข้างๆ พลันรู้สึกขนลุกซู่
ซึ่งคุณชายรองก็มักทำให้รู้สึกว่า เขาพร้อมที่ฆ่าปิดปากคนได้ตลอดเวลาเช่นกัน
เจียงซื่อวางถ้วยน้ำชาลงที่โต๊ะพลางถอนหายใจ“ก็นึกว่าพี่รองคุ้นเคยเป็นอย่างดี พอช่วยน้องได้บ้าง ถ้าเป็นเช่นนั้น น้องค่อยหาวิธีอื่นก็ได้เจ้าค่ะ”
เจียงจั้นพลันทำตาโต
น้องสี่หมายความอย่างไร ให้ตายเถอะ หรือน้องคิดจะปลอมตัวเป็นชายเข้าไปเที่ยวเล่นในที่แบบนั้นรึ
แล้วก็คล้ายว่าจะเป็นอย่างที่เขาคิด เจียงซื่อเอ่ยอย่างลำบากใจ “หรือถ้าไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆน้องคงต้องแวะไปด้วยตัวเองสักหน่อยแล้วล่ะ”
“อย่าเชียวนะ เดี๋ยวข้าไปให้เอง!”“ท่านพี่ไม่รู้แม้กระทั่งประตูของหอนางโลมปีชุนอยู่ที่ไหนมิใช่รึ”
“ไม่ๆ ข้าคุ้นเคยเป็นอย่างดี แค่กๆ ไม่ใช่ ข้าหมายความว่า แม้ข้าจะไม่คุ้นเคย แต่ก็เคยเดินผ่านน่ะ…” เจียงจั้นพลันรู้สึกยิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่ใบหน้าเริ่มมีอาการร้อนผ่าว
“ถ้าเป็นเช่นนั้น งั้นข้าขอไหว้วานให้พี่รองช่วยไปที่หอนางโลมปีชุนให้ข้าหน่อย” เจียงซื่อหยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งยื่นให้—————————-[1] จิ้นซื่อ หมายถึง ชื่อคุณวุฒิของผู้ที่สอบผ่านระบบการสอบเข้ารับราชการระดับราชสำนักหรือระดับราชวังที่จะจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี