ี่ก้าว ก็เดินกลับมายิ้มให้เจียงอันเฉิง
เจียงอันเฉิงขมวดคิ้งงงวยในทันใด “อะไร”
เจียงจั้นแบมือออก “ช่วงนี้ข้าขัดสนเล็กน้อยท่านพ่อจ่ายให้ก่อนได้หรือไม่ขอรับ”“ไสหัวไป!” เจียงอันเฉิงกัดฟันกล่าวออกไปดังนั้นแต่ก็หยิบเศษเงินออกจากเหอเปาที่แขวนตรงเอวออกมาให้เจียงจั้น
เจียงจั้นวิ่งพรวด อย่างรวดเร็ว เมื่อถึงตรงประตูเรือนก็หันมาแล้วตะโกนว่า “รอข้านะน้องสี่”
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มของคนทะเล้นส่วนสายตานั้นสดใสกระฉับกระเฉงเป็นอย่างมากนั่นเป็นท่าทางที่เจียงซื่อไม่ได้เห็นมานาน
“ข้าจะรอพี่รองอยู่ที่เรือนไห่ถังเจ้าค่ะ”
แล้วเจียงซื่อกับเจียงอันเฉิงก็เดินไปเรือนฉือซินด้วยกัน
สาวรับใช้คนโตสุดอาฝูน้อมทักทั้งสองคน “นายท่าน คุณหนูสี่ เหล่าฮูหยินกำลังพบแขกเจ้าค่ะขอให้บ่าวเข้าไปรายงานก่อนนะเจ้าคะ”
พบแขกแต่เช้าเลยหรือ เจียงอันเฉิงแสดงสีหน้าสงสัย
เจียงซื่อสูดลมหายใจผ่านจมูกเบาๆ เพราะมีกลิ่นหอมจางๆ ลอยออกมา
กลิ่นนั้นหอมชัดเจนและมีความละเอียดอ่อนมากไม่ใช่กลิ่นที่พบได้ทั่วไป เจียงซื่อยืนอยู่ด้านนอกเพียงครู่เดียว ก็รู้ทันทีว่านั่นคือกลิ่นจากดอกพุด
กัวซื่อ ฮูหยินของซื่อจื่อแห่งอันกั๋วกง ผู้เคยเป็นพี่สะใภ้ของนาง เป็นคนชอบกลิ่นดอกพุดมาก
ถ้าเป็นคนทั่วไปที่ยืนอยู่ตรงนี้ อาจไม่ได้กลิ่นหอมจากตัวของคนที่อยู่ข้างในได้เลย แต่เจียงซื่อไม่เหมือนใคร
ประสาทการรับกลิ่นของนางค่อนข้างไว ภายหลังที่เร่รอนไปถึงหนานเจียง ด้วยควา