บัติกับนางเฉกเช่นตอนนี้ตลอดไป นางอาจมองเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นก็เป็นได้
เพราะคนโง่ บางครั้ง ก็มีมุมให้เปล่งประกายได้เหมือนกัน
อาหมานยิ่งเห็นเจียงซื่อไม่ตอบโต้ ก็ยิ่งไม่สามารถลบความโมโหนี้ออกไปได้ แล้วนางก็เบะปากพลางเอ่ยขำ “ยังดีที่คุณหนูเตรียมกระดาษเงินกระดาษทองไว้ก่อน ถือซะว่าเผาให้กับชู้รักคู่นี้ก็แล้วกัน ฮิๆ”
เจียงซื่อหรี่ตาให้กับอาหมานหนึ่งที “กระดาษพวกนั้นเอาไว้ใช้อย่างอื่นได้อีก”
“อะไรหรือเจ้าคะ” อาหมานถามอย่างสงสัย
ลมดึกพัดผ่าน ผมเผ้าที่หลุดลุ่ยออกจากผ้าโพกหัวถูกพัดจนแห้ง มันกำลังปัดปลิวไปมาอยู่ตรงหน้าเนียนขาวดุจหยกของเจียงซื่อเจียงซื่อยังคงเดินต่อไป จากนั้นก็นำผมที่หลุดลุ่ยออกมา ทัดไว้ที่หลังหู นางมองตรงไปยังความมืดที่อยู่ตรงหน้า “ก็ต้องหาเหตุผลที่ต้องฟังขึ้นเพื่อให้ทางการเข้าใจว่าเกิดไฟลุกไหม้จากศาลามุงจากไงเล่า”
อาหมานตาสว่างทันที “คุณหนูช่างรอบคอบเสียจริงเจ้าค่ะ”
แล้วสาวรับใช้ก็หวนนึกถึงจี้ฉงอี้อีกครั้ง นางเบะปากแล้วเอ่ยอีก “คุณชายสามจี้ช่างมีตาหามีแววไม่จริงๆ นะเจ้าคะ!”
“เอาล่ะ อย่าเอ่ยถึงเขาอีกเลย ถึงจวนแล้ว”
ช่องว่างตรงมุมของกำแพงยังคงถูกปิดเอาไว้ด้วยหญ้าแห้ง อาหมานปัดหญ้าออก แล้วเอ่ยเสียงเบา “คุณหนูไปก่อนเลยเจ้าค่ะ”
เจียงซื่อโน้มตัวลง จากนั้นคลานเข้าไป เมื่อยืนตัวตรง สีหน้าพลันนิ่ง
ข้างหน้าตรงนั้น ตรงที่ห่างจากนางไม่ไกลนัก มีคนๆ หนึ่งกำลังเดินไปข้างหน้า คงเพิ่งคลา