นออกจากช่องนี้เหมือนกัน
ในเวลานั้น อาหมานคลานเข้ามาพอดี เมื่อเห็นว่าตรงข้างหน้ามีคนอยู่ ก็ตะลึงตกใจไม่แพ้เช่นกันแม้รีบเอามือปิดปากเอาไว้ แต่เสียงก็ดันหลุดออกไป
คนตรงหน้าหยุดเดินและหันหลังมาดูในทันใด“นั่นใคร——”
เจียงซื่อหยิบก้อนอิฐที่กระจัดกระจายวางอยู่ตรงช่องว่างขึ้นมา แล้วโยนใส่หน้าของคนตรงหน้าที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ใช่ คนนั้นก็คือเจียงจั้น พี่ชายผู้ไม่เอาไหนของนางนั่นเอง
เจียงจั้นก้มหัวร้อง โอ้ย
อาหมานเห็นหน้าเจียงจั้นเต็มๆ พลางเอ่ยเสียงสั่น “คุณ คุณหนู โยนอิฐใส่คุณชายรองแบบนั้นถ้าตายขึ้นมาจะทำอย่างไรเจ้าคะ”
“พี่รองไม่เป็นอะไรหรอก รีบไปกันเร็ว!”
เจียงซื่อรู้ว่าตนเองโยนออกไปด้วยแรงขนาดไหนและรู้ว่าเมื่อครู่นี้ อย่างมากเจี้ยงจั้นก็เพียงแค่มึนหัวพักหนึ่ง ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก แล้วเสียงโอดร้องเมื่อครู่ก็คงดึงดูดคนมาได้ และหากเป็นเช่นนั้นก็ไม่ต้องกังวลว่าท่านพี่จะสลบอยู่ที่พื้นนานจนไม่สบายหรือไม่
ทุกอย่างเป็นไปตามคาด บริเวณไม่ไกลจากตรงนี้เริ่มมีแสงไฟสว่างขึ้น มีคนเริ่มออกมาดูแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
ดอกไห่ถังกลางสวนกำลังบานสะพรั่ง แสงจากดวงจันทร์สาดส่องมายังกลีบดอกไม้ ช่างงดงามเหนือเกินบรรยาย
ในสวนนี้ เจียงซื่อปลูกไว้เพียงดอกไห่ถัง
ทุกคนต่างรู้สึกเสียดายที่ดอกไห่ถังนั้นไม่มีกลิ่นแต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่นางชอบในดอกไห่ถัง
นางมีประสาทการรับกลิ่นที่เหนือกว่าคนทั่วไปกลิ่นดอกไม้ที่ฉุนมากๆ มักทำให้น