บทที่ 4 เจ้ามันก็แค่พวกตาถั่ว
ทุกคนต่างชะงักงัน ไม่เข้าใจว่าเขากำลังจะทำอะไร?
จางอวิ๋นเดินนวดนาดไปเลือกอาวุธที่ชั้นวางอย่างสบายใจเฉิบ ก่อนจะหยิบกริชทองคำเล่มหนึ่งออกมา ควงเล่นในมือแล้วกวักเรียกสวีหมิง
สวีหมิงเดินเข้าไปหาด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับผูกติดด้วยตะกั่ว
บทสนทนาระหว่างจางอวิ๋นกับเมิ่งจงเมื่อครู่ เขาได้ยินทั้งหมด
ประลองกับเนี่ยจื้อ?
ถ้าเป็นตอนที่ยังไม่โดนชิงรากวิญญาณ เขาคงไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้… เขาเป็นแค่คนพิการที่ระดับพลังตกลงมาเหลือเพียงขั้นเริ่มต้น
เมื่อมองรอยดาบขนาดใหญ่ที่เนี่ยจื้อฝากไว้บนศิลาทดสอบยุทธ์ สวีหมิงก็รู้สึกขมขื่นในใจจนรสฝาดเฝื่อนกระจายเต็มปาก
ด้วยสภาพร่างกายตอนนี้ อย่าว่าแต่รอยแตกใหญ่ขนาดนั้นเลย แม้แต่รอยดาบตื้นๆ เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือเปล่า
เพิ่งจะกราบอาจารย์… ก็จะต้องเป็นต้นเหตุให้อาจารย์โดนไล่ออกแล้วงั้นหรือ?
ความสิ้นหวังดำดิ่งเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของสวีหมิง ราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง
“เงยหน้าขึ้น!”
เสียงทรงอำนาจดังขึ้นข้างหู เขาเผลอเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ