ย่ำงไร”จำกนั้นนำงเงยหน้ำขึ้นและพูดกับองค์ชำยเหลียน “เจ้ำก ำลังเตรียมขี่ม้ำหรือ ? เช่นนั้นชำยำผู้นี้จะไม่รบกวนองค์ชำย ข้ำจะกลับไปที่รถม้ำของข้ำ และตำมหลังกองทัพ ไม่ว่ำจะด้วยวิธีใด ชำยำผู้นี้จะติดตำมเจ้ำไปทุกที่ที่เจ้ำไป ใคร… ใครมีควำมผิดคือข้ำเป็นชำยำของเจ้ำ”จำวเหลียนทรุดตัวลง“ใครบอกว่ำเจ้ำเป็นชำยำของข้ำ ? เจ้ำเป็นชำยำของข้ำได้อย่ำงไร ? หวู่หลี่เฉิง เจ้ำรู้ดีแก่ใจไม่ใช่หรือ ? ”น่ำเสียดำยที่หลี่เฉิงไม่ได้ยินค ำพูดเหล่ำนี้นำงปล่อยสำยบังเหียนและหันหลังกลับ ทหำรเปิดทำงให้นำงและได้ยินนำงกล่ำวว่ำ“น ำรถม้ำของเรำไปที่กลำงกองทัพ ข้ำต้องกำรเห็นองค์ชำยเมื่อข้ำยกม่ำน”ไม่มีสิ่งใดที่บ่ำวรับใช้ของนำงท ำได้นำงท ำได้แค่พยักหน้ำและปฏิบัติตำมมองหลี่เฉิงกลับไปที่รถม้ำของนำงจำกนั้นดูรถม้ำน ำไปที่กลำงกองทัพ องค์ชำยเหลียนนั่งบนหลังม้ำ และเริ่มบ่นว่ำ “ท ำไมชีวิตของข้ำจึงโชคร้ำยเช่นนี้ ? ท ำไมชีวิตของข้ำช่ำงโชคร้ำยเหลือเกิน ! ”เฟิงหยูเองหัวเรำะและกล่ำวว่ำ“ท ำหน้ำที่ของเจ้ำ ลืมมันไปเลยหลี่เฉิงและข้ำก็ถอดแบบกันมำ ลองคิดดูสิเมื่อข้ำพำนำงไปดูสถำนที่ท่องเที่ยวในรำชวงศ์ต้ำชุน” ขณะที่นำงพูดสิ่งนี้นำงพูดกับซวนเทียนหมิง “ให้เจ้ำหน้ำที่ในเจียงโจวส่งจดหมำยถึงเมืองบินบินเพื่อบอกใต้เท้ำหวู่ เขำจะไม่ได้ต้องกังวล”ซวนเทียนหมิงพยักหน้ำและปฏิบัติตำมเขำหันไปรอบ ๆ เพื่อสั่งกำร เมื่อกองทัพออกเดินทำงอีกครั้ง หลี่เฉิงก็ถูกเพิ่มเข