มแบบเบาๆ กลับไปแล้วบอกว่ามิมีอันใดเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเปั่ยจินและท่านพี่ทั้งสามจึงได้แต่เปลี่ยนทิศทางจากการเที่ยวเล่นตลาด ไปยังจวนของคุณชายกู้หมิงซื่อ ซึ่งเป็นพี่ประทับของฮ่องเต้และนายท่านซีในตอนนี้เมื่อทุกคนมาถึงจวนแล้ว ฮ่องเต้จึงได้เข้ามานั่งในตำแหน่งประธานโดยมีนายท่านซีนั่งถัดลงมา และตามาด้วยเปั่ยจินที่ได้รับอนุญาตให้นั่งรออยู่ด้านข้างฮ่องเต้มิได้ลงไปนั่งรวมกับท่านพี่ทั้งสามในขณะนี้“ไหนเล่าข้ามาสิ ว่าทำไมพวกเจ้าถึงยังมิรีบกลับเมืองหลวง” น้ำเสียงทรงอำนาจถามออกไปอย่างมิมีท่าทีล้อเล่นพร้อมกับส่งพลังปราณไปกักบริเวณคนทั้งสามมิให้ก้าวออกมาและลุกขึ้น“เป็นเช่นนี้พะยะค่ะฮองเต้” องค์ชายแปดที่เห็นว่าหากรีบตอบออกไปจะดีกว่า แต่จะให้ตอบออกไปตรงๆก็เกรงว่าจะมิจบที่ยืนกระต่ายขาเดียวและกางแขนทั้งสองข้างออกตั้งฉากกับลำตัวเป็นแน่เป็นแน่จึงพยายามคิดข้ออ้างภายในหัวและเอาตัวรอดโดยการเอาแขนลงทันทีที่ตอบคำถาม และเช่นเดียวกันฮ่องเต้ที่เป็นบิดาของเหล่าอง๕ืชายทั้งหลายมาแล้ว ใช่ว่าจะมองมิออก“ใครบอกให้เจ้านำแขนและขาลงเจ้าแปด” ฮ่องเต้เอ่ยออกมาพร้อมกับส่งสายตาพิฆาตไปให้ เรียกให้สองคนที่เหลือถึงกับร้อนตัวไปด้วย“โถ่เสด็จพ่อ/ท่านลุง” เมื่อทนไม่ไหวแล้วคนทั้งสามจึงพร้อมใจกันเอ่ยออกมาอย่างตัดพ้อและลืมเลือนเรื่องฐานนะไปชั่วขณะเปั่ยจินในขณะนี้ ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ หันซ้ายทีขวาที มองตามคนในห้องโถงที่พูดคุยกัน“คือว่าลู