กแค่คิดว่า…. เอ่อ” องค์ชายแปดมีมีท่าทีอึกอึกในการหาคำตอบ“คิดว่าอันใด” ฮ่องเต้ถามออกไป“ลูกเพียงอยากเที่ยวเล่นสักเล็กน้อยพะยะค่ะ เพื่อ… เพื่อเอ่อ อะไรต่อนะพะยะค่ะท่านพี่” องค์ชายแปดที่สุดท้ายก็ทนแรงกดดันจากพระบิดาไม่ไหวจึงหันไปหาตัวช่วยทันที“เจ้าแปด พอเถิด ข้ากล่าวต่อเอง” โกหกไม่เก่ง แต่ชอบเหลือเกินเจ้าเด็กนี่“หึ เล่ามาเจ้าห้า อย่าให้ข้าเสียเวลาไปมากกว่านี้ มิเช่นนั้นข้าจะฟั้องพระมารดาเจ้าแน่” ถึงอย่างไร มารดาเจ้าแต่เมียข้า ก็ต้องช่วยข้าลงโทษพวกเจ้าเป็นแน่ เจ้าพวกตัวดีเมื่อเห็นว่าพระบิดาตนเองได้นำพระมารดามาขู่ จึงคร้านที่จะต่อปากต่อคำอีกต่อไป“จินเออร์ พี่เล่าได้หรือไม่”“หากท่านพี่บอกว่าฮ่องเต้และนายท่านซีไว้ใจได้เช่นนั้นข้าก็จะเชื่อก็ทำตามใจพวกท่านเถิดเจ้าค่ะ”“ขอบใจเจ้ามาก”เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวแล้ว องค์ชายห้าก็ได้เล่าเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดและความจริงเรื่องสายเลือดของบิดาและมารดาของเปั่ยจิน ให้ฮ่องเต้และนายท่านซีได้ฟังทั้งสองคนที่ได้ฟังความจริงจากปากของบุตรชายและหลานของตนเอง ในขณะนี้นั้น ได้แข็งค้างไปทั่วทั้งร่างกายและใบหน้า คล้ายจะดีใจ หรือเฉยชาก็มิมีผู้ใดรู้ตอนนี้ทั้งสองกำลังอยู่ในภวังค์ของตนเอง“ขอประทานอภัยพะยะค่ะ มีคนขอเข้าเฝั้า” เฉินกงกงกล่าวออกมา“ใครงั้นหรือ” องค์ชายห้าเอ่ยออกมา แทนผู้มีอำนาจทั้งสองที่ยังมิตื่นจากภวังค์ในขณะนี้“ตระกูลซีและเถ้าแก่หลิงพะยะค่ะ” เฉินกงกงตอ