ให้พวกตนรอดไปได้
“ไหนเจ้าพูดอีกทีสิ ว่าใครส่งพวกเจ้ามา” องค์ชายแปดที่ทนฟังมิได้ เดินออกมาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“พระสนมเย่วฮวาพระมาดาขององค์ชายห้าและองค์ชายแปด” เอ่ยเพียงแค่นั้น ก็ลงไปนอนหงายหลังในทันที
พวกเจ้านี่…ช่างกล้าเอ่ยว่าร้ายมารดาผู้อื่นต่อหน้าบุตรเขา แทนที่จะสารภาพออกมาดีๆ เห่อ เปั่ยจินเหนื่อยเหลือเกิน อีกอย่างพวกเจ้าอยากจะหาทางรอดดันไม่รู้จักบุตรชายของเขากัน หึหึ
“เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร” องค์ชายห้าที่เข้าไปห้ามน้องชายตนเองมิให้ลงมือหนักไป หันไปหาอันธพาลพร้อมกับมองไปด้วยสายตาจับผิด ทำให้คนที่โดนจับตามองในตอนนี้รู้สึกหนาวขึ้นมา
กล่าวจบเพียงเท่านั้น องค์ชายแปดก็หยิบยก หยกพกประจำตัวออกมาให้เหล่าอันธพาลได้จ้องมองอย่างใกล้ชิด แทบจะเรียกได้ว่า หากออกแรกอีกนิดหัวของอันธพาลเหล่านั้น น่าจะมีรอยฟกช้ำจากการโดนกระแทกด้วยหยกทีเดียว
“อ่าาาา คนของราชวงค์” หนึ่งในนั้นที่ได้เห็นหยกอย่างใกล้ชิดคือหัวหน้าอันธพาล ที่เมื่อเห็นหยกพกก็แทบจะกัดลิ้นตนเองให้ตายเสียตรงนั้นเพราะการกระทำที่ว่าตอนนี้ คือการใส่ร้ายเชื้อพระวงศ์ โทษขั้นต่ำที่สุดในตอนนี้คือตัดลิ้น สูงสุดคือพระหารชีวิตด้วยการตัดคอ
“เป็นเช่นนั้นหรือไม่เพคะ” องค์ชายห้า องค์ชายแปด เปั่ยจินกล่าวออกไปเสียงเรียบ
ดี เฉลยตัวออกมาเสียที ข้าก็เบื่อเต็มทนแล้วเช่นกันที่จะเล่นไล่จับกับพวกท่าน ข้าอยากทำงานหาเงิน แล้วนอนนับเงินเล่นๆ ไม