านหลงที่เจ้าบอก…”
“อันใดหรือ”
“เหตุใดชายผู้นี้ถึงมิมีท่าทีใดเลยเล่า”
“นั้นคือเรื่องที่เจ้าและข้าต้องตามหา…ว่าเพราะเหตุใดคน ๆ นั้นถึงไม่สามารถจดจำพวกเราได้” กู้หมิงซื่อเอ่ยออกมา
“ปัง ปัง ปัง”
เสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก ทำให้ทั้งสามหยุดสนทนากันชั่วครู่
“น้ำชาเจ้าค่ะ” เสียงหญิงสาวนางหนึ่งเอ่ยออกมา
“เชิญขอรับ” กู้หมิงซื่อเอ่ยอนุญาติออกไป
เพียงแต่คนที่เข้ามาด้านในนั้น เพื่อนำน้ำชาและของว่างมาให้ มิใช่ใครอื่น…
“น้ำชาเจ้าค่ะคุณชายกู้ ข้านำมาให้”
“ขอบพระคุณขอรับฮูหยิน”
“ข้ายินดีเจ้าค่ะ”
“ฮูหยินขอรับ ทั้งสองคนนี้คือ อาหมิง และอาหลิงขอรับลูกพี่ลูกน้องของข้าเองขอรับ”
“คารวะคุณชายทั้งสองเจ้าค่ะ ขอบคุณที่ให้เกียรติมาในวันนี้นะเจ้าค่ะ หากมีอันใดเรียกใช้ข้าได้เลยเจ้าค่ะ”
“ท่านอา…เช่นนั้นหรือ” องค์ชายห้าที่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบใบหน้าของหลินฮูหยิน หรือจ้าวหลินเหมย เอ่ยออกมาเบาๆ อย่างเผลอตัวไป
เพียงแต่
“ปึง ปัง ตึก ตึก” เสียงดังจากด้านล่างคล้ายมีคนกำลังทะเลาะกันอยู่ด้านล่าง
หลินฮูหยินที่กำลังจะอ้าปากถามคนตรงหน้าว่าเมื่อครู่เอ่ยอันใดเป็นอันต้องหันไปหาเสียงที่เกิดขึ้นเสียก่อน เช่นเดียวกับคนที่เผลอถามออกไป แต่กำลังรอสนทนาด้วยถึงกับหน้าหงอยลงไปทันที
“เกิดอันใดขึ้นกัน ข้าขอตัวสักครู่นะเจ้าค่ะ” หลินฮูหยินที่ตอนนี้สนใจเรื่องด้านล่างมากกว่ารีบเอ่ยขอตัวลงไปดูด้านล่างในทันที เนื่่องจากเป็นห่วงคนในครอบครัวของต