ามคืบหน้าให้ฟังอีกรอบขอรับ”
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นฝากท่านด้วยนะเจ้าค่ะ พี่หยางท่านหลวนคุน ท่านหลวนคัง”
“ขอรับคุณหนู” ทั้งสามคนทำความเคารพคุณหนูของตนพร้อมกับความมุ่งมั่นในใจที่เปิดเผยออกมาทางใบหน้าอย่างปิดไม่มิด อยากจะทำให้ดีที่สุด ให้เหมาะสมกับโอกาสที่ได้รับจาก…เปั่ยจิน
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปจนครบ หนึ่งเดือนเต็มหน่วยราตรีกาลตอนนี้นั้นได้แบ่งออกไปหลายฝั่ายด้วยกัน โดยหลักๆ แล้วเปั่ยจินแบ่งแยกตามความสามารถและตำราต่างๆ ในโลกใบนี้เป็นหลัก
ในตอนนี้นั้นเปั่ยจินได้กลายเป็นบอสของหน่วยราตรีกาล ส่วนรองหัวหน้านั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหยางคง ส่วนหลวนคุนและหลวนคัง จึงกลายมาเป็นมือซ้ายและมือขวาให้นางและหยางคง
ในหน่วยราตรีกาลตอนนี้ เปั่ยจินให้ได้แยกออกเป็นสามตำหนัก คือตำหนักเทพโอสถ ตำหนักปราณวรยุทธ์และตำหนักราตรีนิรันดร์กาล
ตำหนักเทพโอสถ ความหมายก็คงจะตามตัวเลยหัวหน้าของตำหนักนี้คือหน่วยราตรีกาลรุ่นหนึ่ง ซึ่งก็คือฉินจิง ชายหนุ่มร่างกายบอบบาง หน้าตาและผิวพรรณราวกับหญิงสาวที่ยังมิได้ออกเรือน เพียงแต่ เจ้าตัวเป็นคนที่เก็บตัวเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจากับใครพร่ำพรื่อ ไม่เว้นแม้แต่เปั่ยจิน แต่พลังธาตุที่ตื่นขึ้นมาทั้งสามธาตุ ไม่ว่าจะเป็นธาตุไฟ ธาตุน้ำ และธาตุพฤกษาเช่นเดียวกับหยางคง
กลับส่งเสริมให้บุคคลคนนี้เหมาะสมกับการเป็นผู้หลอมโอสถ อีกทั้งยังกลายมาเป็นศิษย์คนสนิทของนางเว้นแต่พี่หยางคงไว้อีกด้วย คนๆ นี้ ถือ