ดันพวกเขามากไปหรอกมั้งนะ
“เช่นนั้นข้าขออกไปดูสถานการณ์ด้านนอกนะเจ้าค่ะ ฮูหยินซูหยินลี่ที่อยู่ข้างนอกคงเหงาเชียว” เปั่ยจินเห็นว่าทุกคนแยกย้ายกันไปแล้วจึง หันไปเอ่ยบอกกล่าวกับครอบครัวตนเองทันที“อืมไปเถิด เดี๋ยวพ่อแม่ และท่านตาท่านยายของเจ้าขอฝึกพลังสักหน่อย” ท่านแม่ของเปั่ยจินเอ่ยออกมา
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นแล้วหากใกล้รุ่ง ข้าจะนำทุกคนออกมาเอง” เปั่ยจินเอ่ยย้ำอีกคราก่อนออกไป
ซูหยินลี่ นั้นไม่สามารถฝึกพลังได้ เนื่องจากร่างกายของนางนั้นไม่เหมาะสมสำหรับการรับพลัง ซึ่งในหมู่มนุษย์นั้นน้อยคนนักที่จะมีร่างกายลักษณะนี้ แต่หากนางต้องการที่จะฝึกพลังจริงๆ ข้าก็มั่นใจว่าในอนาคตข้าจะสามารถช่วยนางได้
“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ อาหยาง…อาหยางปลอดภัยดีหรือไม่” ซูฮูหยินที่เฝั้ารออยู่ด้านนอกเพียงลำพังนั้น เมื่อเห็นว่าเปั่ยจินออกมาแล้ว จึงรีบเข้ามาถามเรื่องของบุตรชายตนเองทันที
“ปลอดภัยดีเจ้าค่ะ ท่านหายกังวลได้เลย” เปั่ยจินเอ่ยตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มๆ
“เช่นนั้น…อาหยางสามารถฝึกพลังได้แล้วหรือเจ้าค่ะ” ซูฮูหยินเอ่ยถามประโยคนั้นกลับไปเบาๆ เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนเองถามออกไปนั้น มากเกินไปหรือไม่
“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ แถมตอนนี้ระดับพลังจะพุ่งไปถึงระดับสีเขียวขั้นสูงเชียว ข้าละอิจฉาเค้าจริงๆ เจ้าค่ะอิอิ” เปั่ยจินที่รู้ว่าคนตรงหน้านั้นกังวลเพียงใดจึงเอ่ยตอบออกไปขำๆ“โถ่ คุณหนู ข้าน้อยขอขอบพระคุณคุณหนูมากจริงๆ เจ้า