ค่ะ” ซูฮูหยินที่ตอนนี้กำลังร้องไห้ดีใจ ที่บุตรชายของตนเองมีวันนี้ได้ ถึงกับก้มลงและคุกเข่าให้กับเปั่ยจิน
“ท่านปั้า อย่าทำเช่นนี้เถิด หากทุกคนภักดีต่อข้าและครอบครัว ข้าก็สัญญาเจ้าค่ะ ว่าจะดูแลทุกคนแน่นอน ว่าแต่ตอนนี้ข้าหิวมากๆ เลยเจ้าค่ะ มีอันใดให้ข้ากินบ้างเจ้าค่ะ”
“โถ่ คุณหนูของบ่าว ไปเจ้าค่ะ ไปนั่งรอที่โต๊ะเถิด”
“เจ้าค่ะ”
เช้าวันถัดมา เปั่ยจินนำทุกคนออกมาจากมิติ และพักผ่อนจนถึงยามเหม่า (เวลา 05.00-06.59 น.) ทุกคนจึงออกด้านนอก เพื่อดูแลกิจการต่าง ๆ ด้านนอก
อืม ข้าคงต้องเร่งหาคนมาจัดการกิจการต่างๆ เสียแล้ว มิเช่นนั้น ครอบครัวข้าคงต้องเหนื่อยไปเช่นนี้เรื่อยๆ
“อ้าว จะออกไปที่ร้านกันแล้วหรือ” เถ้าแก่ว่าพลางพร้อมกับเดินเข้ามาหาเปั่ยจิน
“คารวะเถ้าแก่ซื่อเฉินเจ้าค่ะ”
“เจ้ามีอันใดงั้นหรือตาแก่”“บ่ะ เจ้านี่ ไม่คิดจะหันมองรอบๆ บ้านหรือไร”
“อืมม มองอันใด ข้าก็ไม่เห็นมีอันใด นอกจากต้นไม้ใบหญ้าที่เติบโต”
“ตาแก่นี่ มันเหลือเกินจริงเชียว จินเออร์ว่างๆ เจ้าช่วยเอายาบำรุงสายตากับสมองให้ตาเจ้าบ้างเถิด หึ”
“อิอิ เถ้าแก่ เช่นนั้นท่านคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้สำเร็จภายในกี่วันเจ้าค่ะ”
“อืมม เจ้ามาสร้างเรือนพักนี่เอง ข้าก็หลงๆ ลืมๆไปบ้างสิ”“หึ เป็นเช่นนั้น แหละตาเฒ่า ส่วนงาน ข้าคิดว่า ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์นะจินเออร์”
“หืม ไวมากเลยเจ้าค่ะ แต่เป็นเช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะหากท่านต้องการอันใดก็บอกพวกข้าได้เลยนะเจ้