“เด็กน้อยคนนั้นน่ะ เป็นเด็กที่…ถ้าเจ้าเลี้ยงดูเขาดีๆเขาจะกลายมาเป็นองค์รักษ์คู่ใจให้แก่เจ้าได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ” จินหลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ“ทำไมหรอ เขามีพลังซ้อนเร้นที่สูงหรือธาตุพิเศษหรอ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น จินเออร์จึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสนใจ ใคร่รู้“ใช่แล้วล่ะ เขามีพลังธาตุพิเศษที่สามารถทำประโยชน์ให้แก่เจ้าได้” แต่พลังนั้นจะพิเศษเพียงใด คงต้องรอเด็กสาวตรงหน้าปลุกพลังแล้วมาสัมผัสมันเองนั้นแหละ“อย่างงั้นหรือ…งั้นก็ดีเลยสิ เพียงแต่ตอนนี้เขาก็สิบขวบแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมข้าไม่ยักจะเห็นพลังเขาเลยล่ะ”“เช่นเดียวกับพ่อแม่ของเจ้านั่นแหละ เพียงแต่ เด็กคนนั้นน่ะ โดนโอสถสะกดพลังอย่างไรล่ะ”“เช่นนั้นหรือ อืมม แบบนี้ข้าก็ต้องเหนื่อยอีกแล้วล่ะสิ เฮ้อ ทำไมมีแต่คนโดนสะกดพลังกันนะ” จินเออร์เอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยใจพร้อมกับทำหน้าเหนื่อยหน่ายตามคำพูดของตนเอง“น้อยๆ หน่อย เจ้านะ ใช่ว่าเจ้าจะเป็นคนถอนพลังให้เขาสักหน่อย ยัยเด็กอัปลักษณ์ ข้าต่างหากที่เป็นคนเหนื่อย” จินหลงเมื่อได้ยินจินเออร์เอ่ยเช่นนั้นออกมาจึงลุกขึ้นมากระโดดหย๋องๆ บนตักของนางอย่างไม่พอใจ“โถ่โถ่โถ่ จินหลง หรือเจ้าไม่รักข้า ไม่ห่วงใยข้าแล้วหรือ” ข้ากะพริบตาปริบ ๆ เพื่อเรียกร้องความเห็นใจแก่จินหลงเจ้ากระต่ายน้อยของนาง”
“อย่ามาปากหวานก้นเปรี้ยวใส่ข้า ยัยเด็กอัปลักษณ์ ในใจเจ้านะ นินทาข้าอยู่ ข้ารู้นะ” ยัยเด็กอัปลักษณ์ อย่าคิดว่าข้ารู้ไม่ทันเ