“อย่างงั้นหรือเจ้าคะ งั้นข้าขอเปลี่ยนคำถามหลังจากนี้ท่านคิดว่าหากท่านฟืนคืนพลังขึ้นมา ท่านจะยัง…จงรักภักดีต่อครอบครัวข้าอยู่หรือไม่”“คุณหนู ท่านพูดจริงหรือขอรับ เพียงแต่ว่าไม่ว่าคุณหนูจะทำเช่นไรกับพวกข้า พวกข้าก็จะไม่ปริปากใดๆ เพราะเพียงแค่คุณหนูซื้อตัวข้าและคนในครอบครัวของข้ามาด้วย เพียงเท่านี้ก็เป็นบุญคุณต่อชีวิตของข้าแล้วขอรับ”“ข้าจะไม่พูดให้ความหวังพวกท่าน เพียงแต่หากพวกท่านจงรักภักดีต่อข้าและครอบครัวของข้า ในอนาคตข้าจะตอบแทนท่านอย่างดี เจ้าค่ะ”
“ขอรับ ครอบครัวจริงๆ แล้วคือตระกูลซู ที่อยู่เคียงข้างบัลลังก์มานานมาก เพียงแต่หลังจากการก่อกบฏก็โดนกดดันเรื่อยมาด้วยวิธีสกปรกทั้งหลาย บิดาข้ามีนามว่า ซูเหลียงอี้ขอรับ ในอดีตคือมหาเสนาบดีเคียงคู่ราชบัลลังก์ ส่วนข้า ซูจงอวี้ เป็นรองแม่ทัพขอรับนี่ภรรยาของข้า ซูหยินลี่ และบุตรชายของข้า ซูหยางคง”“จินเออร์ แม่ว่าให้พวกเขาไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่”“แบบนั้นก็ได้เจ้าคะท่านแม่”“ส่วนเรื่องอาหารพวกเจ้าก็ไปทำกินที่ห้องโรงครัวได้เลยนะ อยากหยิบจับอะไร ก็หยิบจับได้เลย ค่อยเริ่มงานพรุ่งนี้” ท่านยายเอ่ยออกมาอย่างใจดี“เช่นนั้น เช่นนั้นเจ้า ซูจงอวี้ รับผิดชอบในเรื่องของการทำสวนและขับเกวียนให้พวกข้า”“ส่วนท่านซูเหลียงอี้คอยช่วยซูจงอวี้ไปและ เป็นหัวหน้าพ่อบ้านจะดีหรือไม่ คงเป็นสิ่งที่เหมาะสมแก่ท่าน ที่ท่านสามารถทำได้”ท่านพ่อเอ่ยออกมาและหันหน้าไปถามซูเหลียงอี้“ข