้า..ขอรับ ข้าทำได้ขอรับ” ซูเหลียงอี้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เมื่อมองเห็นหน้าท่านพ่อของข้า“อืม ถ้าอย่างงั้น ซูหยินลี่ก็ให้ท่านเป็นแม่บ้านทำอาหารละกันนะเจ้าคะ หลังจากทำอาหารเสร็จแล้วก็ให้มาเป็น คนรับใช้ข้างกายท่านแม่ของข้า” จินเออร์เอ่ยออกไป“ได้เจ้าค่ะ เพียงแต่…ลูกของข้าล่ะเจ้าคะ เขายังเด็กมากนัก ข้าเกรงว่าเขาจะเป็นภาระแก่พวกท่าน”“มิเป็นไรหรอกข้าจะให้ลูกของเจ้า มาเป็นคนสนิทของลูกสาวข้า”“แต่เขาเป็นเด็กผู้ชายนะเจ้าคะ อาจจะมิเหมาะสม”ซูหยินลี่เอ่ยออกมา เนื่องจากกังวลว่า หากผิดพลาดไปแล้ว บุตรของตนจะโดนทำโทษอย่างหนักเนื่องจากเมื่อก่อนเป็นคุณชายน้อยของจวน แต่ไม่นานกลับต้องมาเป็นคนรับใช้ข้างกายผู้อื่น“เหมาะสมหรือไม่ข้าเป็นคนกำหนด” เมื่อนายท่านผู้เฒ่าเปั่ยเอ่ยออกมาเช่นนั้น ทำให้ซูเหมลยลี่ คลายกังวลใจไปได้ เพราะผู้มีอำนาจสูงสุดเป็นคนเอ่ยออกมา“เช่นนั้นก็ได้เจ้าคะ ขอความเมตตาให้ซูหยางคงด้วยนะเจ้าคะ”“ขอบพระคุณขอรับนายท่านและคุณหนูที่เมตตาในตัวข้า” ซูหยางคงเมื่อได้ยินว่าตนจะไปเป็น คนสนิทหรือองครักษ์ให้กับคุณหนูจินเปั่ย จึงหันไปขอบพระคุณตระกูลเปั่ย ที่เมตตาตนเองและครอบครัว“เจ้าคะ ถ้าอย่างนั้นพวกท่านไปพักเถิด”
หลังจากนั้นเมื่อคนตระกูลซูและคนตระกูลเปั่ยแยกย้ายกันไปแล้ว คนในตระกูลเปั่ย จึงไปทานอาหารเย็นด้วยกันและนั่งปรึกษากันเรื่องครอบครัวตระกูลซูที่ซื้อมาเป็นข้ารับใช้ ว่ามีอะไรแปลก ๆอย่างเช่น