้ออะไรมาเยอะแยะ”“อืมม ให้เจ้าตัวแสบเล่าดีกว่า เดี๋ยวพี่กับพ่อเจ้าขอไปขนของก่อน เดี๋ยวจะค่ำมืดเสียก่อน”“เจ้าค่ะ”ท่านตา ท่านพ่อ ท่านจะทิ้งข้าไปแบบนี้ไม่ด้ายยยยกลับมาก่อนนน อืออ ข้าหันไปส่งสายตาอ้อนวอนเพื่อให้ทุกคนเอาข้าไปด้วย เพียงแต่ท่านพ่อ ท่านตาทำเพียงโบกมือให้ข้าแล้วไปยกของต่อ เอิ่มมมม ข้าเสียใจมากๆ เลยย อืออ“ว่ายังไงเจ้าตัวแสบไหนเล่ามาให้ยายฟังสิ”“แหะๆ คือ เกวียนนั้นก็ของเรา ของบนนั้นก็ของเราเจ้าค่ะ”“ห๊าาาา ข้าจะเป็นลมหลินเออร์” ทำไมหลานข้ามันใช้เงินเป็นใบไม้เช่นนี้กัน“จริงๆ เจ้าค่ะ แล้วก็ท่านยายเจ้าขา เอียงหูมาใกล้ๆ ข้าหน่อยเจ้าค่ะ ท่านแม่ก็ด้วย”“อะไรหรือ”“สมุนไพรขายไปได้เพียงดอกเดียวเจ้าค่ะ”“ไม่มีผู้ใดรับซื้อหรือจินเออร์ แล้วได้เท่าใดเล่า”“อืมมม แปดร้อยเจ้าค่ะ”“อีแปะหรือ ก็ยังดีนะ”“ตำลึงทองเจ้าค่ะ แปดร้อยตำลึงทอง อิอิ”“ข้า…ข้าจะเป็นลมอาหลิน”เอิ่มม ท่านยายคล้ายจะเป็นลมลงไปอีกรอบ ข้าจึงรีบอธิบายให้ท่านยายและท่านแม่ฟังไปทีเดียวว่า ได้เข้าเมืองแล้วไปทำอะไรมาบ้าง เริ่มตั้งแต่การเข้าเมืองไปขายสมุนไพร การนำสมุนไพรเข้าร่วมประมูล แวะซื้อเกวียน เจ้าม้าสองตัวกลับมา ว่าแต่เอ๊ะ ตั้งแต่ซื้อกลับมามันเงียบๆ ไปหรือเปล่า แต่ช่างก่อนเถอะรายการของต่างๆ ที่ซื้อ รวมไปถึงการซื้อที่ดินรอบๆ บ้านเราไปหลายตำลึงทอง อ่อ เรื่องบ้านที่จะสร้างใหม่ในอีกเดือนข้างหน้า แล้วก็เรื่องสุดท้ายเงินที่เหลือ เหลือน้อยลง