“เปล่าๆ พูดได้แค่เปล่างั้นรึ พวกแกมันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ” ท่านย่าเอ่ยออกมาอีกครา โดยมิสนสิ่งใด“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าไปทำงาน……แต่สะใภ้ใหญ่ก็อยู่นะเจ้าคะ” ท่านแม่ที่ยืนเงียบและก้มหน้าทนเห็นท่านพ่อโดนกล่าวหามิได้ จึงเอ่ยออกมาเพื่อหวังช่วยเหลือสามีตนเอง‘ใช่แล้วท่านแม่ ท่านต้องสู้เจ้าค่ะ อย่าไปยอม’“อยู่แล้วอย่างไร เจ้าคิดจะให้ข้าเข้าครัวไปทำอาหารงั้นรึ” สะใภ้ใหญ่เอ่ยออกมา พร้อมกับทำหน้าตาน่าสงสาร…มากมั้ง“ใช่ เจ้าคิดจะให้สะใภ้ใหญ่ทำอาหารให้เนื้อตัวโสโครกแบบเจ้างั้นรึ” ท่านย่าเอ่ยออกมาพร้อมกับเหลือบมามองยังท่านแม่ที่เนื้อตัวสกปรกมอมแมมจากการทำงานมาทั้งวัน อีกทั้งเสื้อผ้าที่เก่าแล้วนั้น เมื่อเทียบกับสะใภ้ใหญ่ที่นั่งๆ นอนๆ มิได้ทำงานอันใด“ท่านแม่เจ้าคะ…ดูสิเจ้าคะ เดี๋ยวนี้สะใภ้รองกำแหงแค่ไหน สามารถชี้นิ้วสั่งข้าได้แล้วหรือ” สะใภ้ใหญ่เอ่ยออกมา“ข้าเปล่านะเจ้าคะ ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น” ท่านแม่ที่ตอนนี้รับรู้ๆได้ว่าตนเองกำลังโดนกล่าวหาและเล่นงานรีบเอ่ยออกมาอย่างติดขัด“หน๊อยยย นางตัวดี” ท่านย่าสบถใส่ท่านแม่จากนั้นท่านย่าก็ขว้างแจกันที่อยู่บนโต๊ะ ใส่ท่านแม่ของข้า จนท่านแม่ล้มลง“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าขาาาา อึก ๆ อือ ท่านแม่”ข้าตกใจตั้งตัวไม่ทัน ที่ท่านย่ากล้าขว้างแจกันใส่ท่านแม่ของข้า เพราะหากตามปกติแล้ว ท่านย่าและคนอื่นๆจะเกรงใจท่านพ่อ ด้วยอารมณ์และความเป็นเด็กของข้าข้าจึงตกใจและร้องไห้ออกไปทันที“หลินเ