ดูก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าทั้งสองคนกำลังแอบส่งกระแสจิตพูดคุยกัน“ดูจากเสื้อผ้าของพวกเจ้าแล้ว น่าจะเป็นนักพรตตัวน้อยที่มาจากลานแยกของสำนักเฟิงสุ่ยสินะ ฮ่าๆๆๆ! นักพรตน่ารังเกียจที่อยู่เหนือกว่าพวกเจ้า โง่เขลาแบบนี้กันทั้งหมดเลยหรือไง? ถึงได้ส่งพวกเจ้ามายังหอคอยสกัดกลั่นมารชั้นที่ 11 เพื่อมาทิ้งชีวิตในอาณาเขตของข้าแบบนี้!”ดวงตาที่อยู่ในขอบตาดำปื้นกลอกไปมา จากนั้นเขาก็กล่าวต่อไปว่า “อย่าบอกนะว่าพวกเจ้ารู้แล้ว ว่าข้าคิดที่จะฉวยโอกาสหนีไปจากหอคอยแห่งนี้ ในตอนที่ค่ายกลวิหคแดงอ่อนกำลังลง! ไม่มีประโยชน์หรอก น˺าหน้าอย่างพวกเจ้าทั้งสองคนก็เป็นได้แค่อาหารกับแกล้มที่ถูกส่งมาให้ข้าเท่านั้น!”“ไม่ต้องบอกเจตนาของตัวเองออกมาตรงๆ ขนาดนั้นก็ได้…………”ฉินเฉาคิดในใจ เจ้าหมอนี่มันโง่หรือเปล่า…….ดูเหมือนว่าการถูกกักขังมาห้าพันปี จะทำให้สมองของเจ้าหมอนี่เฉื่อยชาลงไปแล้ว“นี่ข้าเผลอพูดความในใจออกไปได้ยังไงกัน………..”สีหน้าของราชาวูดูเปลี่ยนไปในทันที “แย่แล้ว มันจะต้องเป็นเพราะว่าข้าเคยชินกับการพูดคนเดียวมาตลอดห้าพันปีแน่ๆ เลย…………”“เอ่อ……..”ทั้งฉินเฉาและอู๋ชิงเย่ต่างเหงื่อตกในทันที“ช่างมันเถอะ ถึงพวกเจ้าจะรู้ก็ไม่สำคัญ ยังไงวันนี้ก็จะต้องเป็นวันตายของพวกเจ้าอยู่ดี วะฮ่าๆๆ! กว่าห้าพันปีมานี้ ข้ายังไม่ได้ฆ่าใครเลยสักคน ในที่สุดวันนี้ข้าก็จะได้กลับมากินเนื้อเสียที!”เจ้าหมอนี่ชอบพูดกับตัวเองจริงๆ ด้วย…………มันก็น่าจะเป็น