หานหยู่เจ๋อยังคงคาดเดาต่อไป ส่วนฉินเฉาก็เช็ดเหงื่อต่อไปไม่หยุด“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก พวกเรามาดูสถานการณ์ตรงหน้ากันต่อดีกว่า!”ฉินเฉารีบพูดขึ้นมาทันที“อืม…. แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีคนจากสำนักฝ่ายธรรมะแห่งอื่นมาช่วยเหลือสำนักว่านฝัวเลย”หานหยู่เจ๋อมองไปรอบ ๆ “เจ้าสำนักจากสำนักเฟิงสุ่ยและสำนักปีกเทวะ ไม่มาที่นี่แม้แต่คนเดียว แม้แต่เจ้าสำนักของสำนักไท่ยีของพวกเราก็ยังไม่มาที่นี่ ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน”“ทุกคนไปกวาดหิมะที่หน้าประตูสำนักกันหมดน่ะสิ”ฉินเฉากล่าวขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ถ้าหากเรื่องนี้ไม่เดือดร้อนมาถึงตัวเอง พวกนั้นก็ไม่ปรากฏตัวออกมาหรอก”“ส่วนใหญ่คงจะเป็นเพราะว่า เหล่าปรมาจารย์ใหญ่กลัวว่าจะถูกสวรรค์จับตามอง พวกเขาถึงไม่กล้าออกมาจากสำนักแม้แต่เพียงครึ่งก้าวมากกว่า”หานหยู่เจ๋อพยายามที่จะถกเถียงแทน “เจ้าสำนักเป็นแบบนั้นส่วนศิษย์ที่อยู่ในระดับต˹าเกินไป ถึงมาก็ไม่มีประโยชน์อะไร”“พวกนายเดินทางโดยใช้อาคมเคลื่อนย้าย นั่นก็ไม่ได้ก้าวออกไปจากม่านพลังตั้งแต่แรกนี่”ฉินเฉากล่าวถ้อยคำทิ่มแทงหัวใจของหานหยู่เจ๋อ“ให้พูดกันตรง ๆ คนพวกนั้นไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น กุ่ยหมู่เป็นใคร? เธอเป็นถึงผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้า คนในสำนักฝ่ายธรรมะคนไหนบ้างที่จะกล้าไปยั่วโมโหเธอ? ถ้าหากเธอโมโหขึ้นมา เปลวไฟก็จะตกลงมาใส่หัวพวกเขาเหมือนกัน”“แต่ถ้าหากว่ากุ่ยหมู่ทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ของที่นี่ได้ เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ของสำนัก