อีกครั้ง”“ถ้าไม่กลับมาแล้วจะช่วยนายได้ยังไงล่ะ?”ฉินเฉานั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าหานหยู่เจ๋อ พลางยิ้มแย้มให้ “ไม่เจอกันมาหลายวัน พื้นฐานการฝึกตนของนายก็ก้าวหน้าขึ้นซะแล้ว”ถึงเจียงเฉินจะมองไม่เห็นพลังของหานหยู่เจ๋อ แต่ฉินเฉาเห็นมันอย่างชัดเจน“เจ้าจะมาช่วยข้าทำไม?”หานหยู่เจ๋อส่ายหน้า “ข้าอยู่ที่นี่ก็สบายดีอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นสำนักไท่ยีก็เป็นสำนักของข้า ข้าไม่อยากไปจากที่นี่หรอก”“ถ้าหากสำนักไท่ยีปฏิบัติต่อนายเป็นอย่างดี นายจะอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่ตอนนี้นายก็เห็นกับตาแล้วว่าสำนักไท่ยีกลายเป็นแบบไหน”ฉินเฉาเอ่ยถาม “ที่นี่ยังเป็นสำนักไท่ยีอย่างในอดีตจริง ๆ เหรอ? ในความคิดของฉัน ที่นี่มีแต่คนหยิ่งผยองกันทั้งนั้น พวกเขาเห็นเพียงแค่ตัวเองอยู่ในสายตา นายดูให้ดีสิ พวกเขายังรู้ผิดชอบชั่วดีอยู่หรือเปล่า?”“นี่…..”หานหยู่เจ๋อสะอึกไปกับคำพูดนี้สำนักเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆสายตาของคนแก่เหล่านั้นแยกแยะความถูกผิดไม่ได้อีกต่อไปพวกเขาไม่รู้จักนิสัยของเขา และยังคิดว่าเขาเป็นผู้ที่ทรยศต่อสำนักสำนักที่คงอยู่มาเนิ่นนานเริ่มล่มสลายลงเสียแล้วสิ่งสำคัญคือ สำนักไท่ยียังคงเป็นสำนักที่อ่อนแอที่สุดในแปดสำนักบรรพกาลตอนนี้เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ก็ถูกทำลายลงไปแล้ว และไม่รู้ว่าเกียรติยศศักดิ์ศรีของสำนักไท่ยีจะคงอยู่ไปจนถึงวันไหนเมื่อถึงเวลานั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงจะเปลี่ยนไปจนหมดสิ้นโอ้…..จิตใจของคนไม่มีวันล้าสมัย“เพราะฉะนั้น นายไป