จ้าจะต้องให้ข้าไปสอนวิชานี้ให้กับสำนักไท่ยี ตกลงมั้ย?”“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา”ฉินเฉาไม่คัดค้านอะไร “เพียงแต่ว่าถึงนายจะปฏิบัติต่อสำนักดีขนาดไหน แต่พวกเขาก็อาจจะยอมรับความรู้สึกของนายเอาไว้ไม่ได้นี่สิ”“ข้ารู้ดี…..”หานหยู่เจ๋อกล่าวด้วยความหนักแน่น “แต่ข้ายังรู้ผิดชอบชั่วดีอยู่”“โอ้ อุตส่าห์ปฏิบัติต่อสำนักเหมือนกับรักครั้งแรก แต่สำนักกลับทำร้ายเป็นร้อยเป็นพันครั้งซะได้”ฉินเฉายักไหล่ “แต่จะว่าไป เรื่องคนและเครื่องมือรวมกันเป็นหนึ่งนายยังไม่ได้ศึกษามันอีกเหรอ?”“อืม ยังมีส่วนสำคัญที่ข้ายังไม่ค่อยเข้าใจมันเท่าไหร่”จู่ ๆ หานหยู่เจ๋อก็ขยับเข้ามาหาฉินเฉา “แต่การต่อสู้จริงอาจจะทำให้ข้าเข้าใจมันมากขึ้นก็ได้ ฉินเฉา พวกเรามาประลองกันเถอะ”“นายอยากประลองเหรอ? เอาสิ!”ฉินเฉาหัวเราะออกมา “เมื่อนายขอมาก็จัดให้ ระฆังหยินหยาง จงกางม่านพลัง!”สิ้นเสียงของเขา ม่านพลังสีขาวดำก็แผ่ออกไปทั่วใต้ผาชำระบาปแห่งนี้ และครอบคลุมคนทั้งคู่เอาไว้“เป็นม่านพลังที่น่าสนใจมากทีเดียว”หานหยู่เจ๋อมองดูม่านพลังหยินหยาง แล้วพูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้“สิ่งที่น่าสนใจมันอยู่หลังจากนี้ต่างหาก”ฉินเฉากล่าว พร้อมกับคว้ากระบี่เล่มดำเอาไว้ในมือ “พวกเรามาเริ่มกันเลยเถอะ!”