พออวิ๋นตั่วออกมาจากออฟฟิศของหม่าต้าเก้อ เธอก็ถูกกู่เลี่ยงดึงมาอีกทาง “เป็นยังไงบ้าง เขาให้เท่าไร?”อวิ๋นตั่วทำสัญลักษณ์มือเลขหก กู่เลี่ยงก็ยังดีใจขึ้นมานิดหนึ่ง “หนึ่งคนหกร้อย?”“ฝันหวานไปแล้ว ทั้งหมดหกร้อย”“นี่มันขูดเลือดขูดเนื้อกันนี่! เพื่อรูปไม่กี่ใบนี้ทำเอาเท้าฉันเคล็ดไปหมดแล้ว เธอไม่เอาตุ่มยุงกัดบนตัวเธอให้เขาดูหน่อยล่ะ”“นายล้อเล่นหรือไง เพื่อเงินไม่กี่หยวน จะให้ฉันถอดเสื้อผ้าเต้นต่อหน้าเขางั้นเหรอ”“ปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าควรถอดก็ต้องถอด”อวิ๋นตั่วจะตวัดฝ่ามือไปที่กู่เลี่ยง แต่กู่เลี่ยงหูตาไว คว้ามืออวิ๋นตั่วเอาไว้ได้ก่อน แล้วก็หัวเราะออกมา “ฉันผิดไปแล้วๆ เดี๋ยวฉันเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเนื้อเธอก็ได้”ทั้งสองไปที่ร้านอาหาร สั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อคนละชาม แต่อวิ๋นตั่วนึกขึ้นได้ว่ากู่เลี่ยงเลี้ยง เธอจึงสั่งเนื้อวัวกับเถ้าแก่เนี้ยอีกอย่างไม่เกรงใจ“เป็นแบบนี้ทุกครั้งเลย เหมือนกินของฉันฟรีๆ อย่างเธอน่ะจัดว่ารีดไถเอาเงิน!” กู่เลี่ยงบ่น“ฉันเห็นว่านายเป็นคนกันเองไง”“ขอบคุณมาก!”พอก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้อนๆ สองชามมาเสิร์ฟ กู่เลี่ยงก็คีบเนื้อวัวในชามตัวเองใส่ในชามอวิ๋นตั่ว“ไม่ต้องให้ฉันแล้ว แบบนี้เหมือนฉันใช้อำนาจบาตรใหญ่เลยน่ะสิ”อวิ๋นตั่วพูด“เธอต้องกินเยอะๆ หน่อย ฉันยังต้องอาศัยการสนับสนุนจากเธอตอนทำงาน เธอไม่ได้เป็นแค่เสาหลักของครอบครัวนะ ยังเป็นบุคคลสำคัญของฉันด้วย”“คำพูดประจบประแจงแบบนี้ ฉันฟังแล้วรู้