่นี่มีซุปเปอร์มาร์เก็ตไหม ฉันหิวแล้ว”“เธอนี่โง่หรือไง ในคฤหาสน์ก็ต้องมีห้องครัวสิ จะไปซื้อจากข้างนอกมากินทำไมกัน”“ถึงจะมีห้องครัว แต่ก็ต้องใช้วัตถุดิบนี่ ถ้าไม่มีวัตถุดิบจะทำอาหารได้ยังไง ไปดูเลยนะ ตั้งแต่ออกมาฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย”สิ้นเสียงของอวิ๋นตั่ว เสียงท้องของกู่เลี่ยงก็ดังโครกคราก “ถ้าเธอไม่พูดฉันคงไม่รู้สึก จะว่าไป ฉันก็หิวเหมือนกันแฮะ”กู่เลี่ยงออกไปหาอะไรให้อวิ๋นตั่วกิน ส่วนอวิ๋นตั่วก็ถือกล้อง ยืนอยู่บนต้นไม้ มองเข้าไปในบ้าน ตอนนี้ในบ้านมีฟู่เข่อเจียอยู่คนเดียว เธอกำลังนั่งดูโทรทัศน์อย่างเซ็งๆ อยู่บนโซฟา เมื่อมองผ่านเลนส์ อวิ๋นตั่วเห็นถึงขั้นว่าเธอกำลังดูรายการอะไรไม่นานนักกู่เลี่ยงก็ถือขนมปังกลับมาสองก้อน ก่อนที่จะหยุดยืนหอบหายใจ “วิ่งเกือบตายกว่าจะเจอร้านขนมปัง ราคาแพงสุดๆ แถมยังไม่อร่อยอีกต่างหาก”ขณะที่อวิ๋นตั่วกำลังจะปีนลงจากต้นไม้นั้น ฟู่เข่อเจียก็ลุกขึ้นยืน อวิ๋นตั่วเหมือนนักล่าที่ได้กลิ่นเหยื่อปรากฏตัว เธอตื่นเต้นขึ้นมาทันที “มาแล้วๆ”“จริงเหรอ?” เมื่อได้ยินแบบนั้น กู่เลี่ยงก็เก็บขนมปังเข้ากระเป๋าแล้วปีนขึ้นต้นไม้บ้าง“ไหนล่ะ?” เขาถามอวิ๋นตั่ว“ในห้องรับแขก นายดูสิ ที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำนั่นไง โอ๊ย! น่าเสียดายชะมัดดันเห็นแต่ข้างหลัง”เห็นข้างหลังก็ยังดีกว่าไม่เห็นอะไรเลย เธอคิดว่าต้องกดชัตเตอร์ ถ่ายได้เท่าไหนก็เท่านั้นกู่เลี่ยงยืดคอดูบ้าง “สองคนนั้นยืนทำอะไรกันตั้งนาน ไม