อันธพาลทั้งห้าคนไม่มีทีท่าว่าจะไป อยู่ที่บ้านอวิ๋นเหมือนกับเป็นบ้านของตัวเอง พอหิวก็เข้าไปหาของกินในครัว ดื่มชาที่ตัวเองชง พอง่วงก็นอนบนโซฟาอวิ๋นเฉียวกับอวิ๋นตั่วอยู่ที่ห้องหนังสือของอวิ๋นอี้ฟาน คำนวณว่าในบ้านมีของอะไรที่จะขายเป็นสมบัติได้ เดิมทีนึกว่าพ่อน่าจะมีภาพวาดโบราณเยอะแต่หาไปแล้วหนึ่งรอบก็ไม่เจอของมีค่าเยอะเท่าไร ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาก็ไม่ได้ศึกษาค้นคว้าทางด้านนี้ จึงคาดคะเนมูลค่าไม่ถูกอวิ๋นตั่วหยิบเครื่องประดับและกระเป๋าของตัวเองออกมาจากห้อง
ส่วนอวิ๋นเฉียวก็จัดการนำนาฬิกาและเครื่องประดับแบรนด์เนมต่างๆ ของตัวเองออกมา สองพี่น้องนำของมานับรวมกัน ต้องการจะจ่ายค่าจ้างพนักงานให้หมดก่อน หนี้ธนาคารก็ต้องคืน เงินของเจ้าของกิจการที่ยืนยันจะคืนห้องก็ต้องจ่ายคืน พอคิดแบบนี้ ทรัพย์สินในบ้านอันน้อยนิดของพวกเขาก็เหมือนเป็นการใช้นํ้าแก้วเดียวดับไฟทั้งคันรถโดยแท้“พี่จะโทรไปขอยืมเงินเพื่อนหน่อย” อวิ๋นเฉียวพูดเขาโทรหาหลายคนแล้ว แต่ไม่ค่อยมีใครยอมให้ยืม ทุกคนล้วนแสดงอาการลำบากใจ แม้ปกติจะถลุงเงินเหมือนเป็นเบี้ย แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเงินที่ครอบครัวให้ไว้ใช้ จำนวนเงินที่อวิ๋นเฉียวขอยืมนั้นมากเกินไปจริงๆ ไม่ว่าใครก็รับผิดชอบไม่ไหว ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนก็รู้ว่านี่คือถํ้าที่ถมไม่เต็ม ยืมไปก็คงไม่ได้คืนแล้ว ย่อมต้องหาข้ออ้างต่างๆ มาปฏิเสธอวิ๋นเฉียวโทรไปสายหนึ่ง แล้วก็สาปแช่งใส่ พอโทรไปอีกสายหนึ่ง ก็สาปแ