ช่งใส่อีก เขาไม่ได้อะไรกลับมาเลยนอกจากความโมโห“ช่างเถอะค่ะ ไม่ต้องโทรแล้ว” อวิ๋นตั่วพูด“ตอนปกติก็พูดว่ามีทุกข์ร่วมต้าน มีสุขร่วมเสพ พอตอนนี้ลำบากขึ้นมาจริงๆ แต่ละคนก็หัวหดเป็นเต่า!”“นํ้าใจคนก็เป็นแบบนี้แหละ [1]คนที่เติมดอกไม้บนผ้าลายดอกมีเยอะแต่คนที่เติมถ่านให้บนหิมะมีน้อย*”แม่บ้านหลิวเข้ามา สีหน้าไม่มีความสุข บอกว่าคนพวกนั้นทำบ้านรกวุ่นวาย ป้าหวงพูดไปสองประโยค พวกเขาก็ลงมือตบตีตอนที่อวิ๋นเฉียวกับอวิ๋นตั่วเดินออกไปนั้น ป้าหวงห็กำลังนั่งร้องไห้อยู่บนพื้น ลุงหวงกับคนสวนอีกหนึ่งคนถือจอบยืนอยู่ข้างๆ ทำท่าจะสู้สุดชีวิตพอคุณหวงเห็นอวิ๋นตั่วก็รีบดึงมือเธอไว้ “จะทำยังไงดีคะ?”“สิ่งที่พวกคุณต้องการคือเงิน อย่ามาทำร้ายคน” อวิ๋นเฉียวพูด“พวกเราไม่ได้อยากทำร้ายคน แต่ป้าคนนี้บ่นอยู่ข้างหูพวกเราไม่หยุดลูกพี่เราเป็นโรคประสาทอ่อนๆ กลัวเสียงแบบนี้!”อวิ๋นเฉียวหยิบกุญแจรถสองคันออกมา แล้วส่งให้คนเป็นหัวหน้า “นี่เป็นกุญแจรถสองคัน ถือว่าใช้หนี้ ส่วนเงินที่เหลือพวกเราค่อยคิดหาวิธี รบกวนพวกคุณออกไปก่อนได้ไหม คุณก็เห็นแล้วนี่ว่าทั้งบ้านนี้มีแต่คนแก่กับเด็กพวกคุณอยู่ที่นี่คงไม่เหมาะมั้ง?”คนที่เป็นหัวหน้ามองกุญแจรถ แล้วหัวเราะออกมา “เฮ้ย รถยนต์ปอร์เช่ตอนซื้อคงจะแพงมากสินะ? น่าเสียดายที่ของแบบนี้พอตกลงพื้นก็หมดราคาแล้ว คุณให้รถผมสองคัน แล้วจะคิดเงินก้อนนี้ยังไงล่ะ ถ้าผมบอกว่าสามแสนแต่คุณบอกว่าหนึ่งล้าน ถึงตอนนั