ในห้องพัก อวิ๋นตั่วนั่งอยู่บนโซฟา ข้างกายของเธอมีฉงหรงกับลั่วเสวี่ยอยู่ใกล้ๆ เหมือนเป็นองครักษ์ซ้ายขวา จ้องมองอวิ๋นเฉียวตาไม่กะพริบ อวี่ซีกับพ่อนั่งอยู่บนโซฟายาวตัวหนึ่ง โดยมีชูยินกับอวิ๋นอี้ฟานนั่งอยู่ตรงข้ามกับอวี่ซีเฉินอวี้กับชีซิงเหมือนเทพเฝ้าประตู ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าด้านนอกนั้น จ้าวเยว่กับสือเหยียนยังไม่ได้ไปไหน สือหยวนเกลี้ยกล่อมให้พวกเธอกลับไปหลายครั้ง แต่สองแม่ลูกก็ไม่ยอม“ต้องมีเหตุสักอย่างสิ นายบอกเหตุผลพวกเรามาสักข้อเถอะ?” อวี่ซีพูดขึ้นก่อนอวิ๋นเฉียวไม่มีทางพูดขึ้นมาหรอก เขาพูดเหตุผลที่แท้จริงออกมาไม่ได้และเขาก็ปั้นเรื่องหาเหตุผลที่ดีกว่านี้ไม่ได้ด้วยหลิวห้าวตงเมื่อเห็นทุกคนเงียบอยู่นาน จึงพูดขึ้นก่อน “ในเมื่อเขาไปแล้วพวกเรารออยู่ที่นี่ก็ไม่มีความหมายอะไร รอพรุ่งนี้ค่อยโทรไปถามว่าสาเหตุคืออะไรกันแน่”หลิวห้าวตงคิดว่าลูกชายคงคิดดีแล้ว ไม่อยากปีนขึ้นไปเด็ดดอกฟ้าเช่นนั้นทำให้เขารู้สึกโล่งใจชูยินมองอวิ๋นเฉียวที่ยืนอยู่ตรงกลาง เขาก้มหัวลง สีหน้าขมขื่น เหมือนคนที่ทำความผิดมา ในใจของเธอทนไม่ไหว เมื่อได้ยินหลิวห้าวตงพูดแบบนี้เธอจึงรีบตามนํ้าไปเพื่อไม่ให้เสียหน้า “ใช่แล้วค่ะ ทุกคนกลับกันไปก่อนเถอะค่ะ วันหลังค่อยถามเขา ก็แค่งานหมั้นเอง ไม่จัดก็ไม่ต้องจัดหรอก สมัยนี้ก็ไม่ค่อยมีใครจัดงานหมั้นกันแล้ว ที่ให้พวกเขาจัดมันก็แค่อารมณ์ดีใจชั่ววูบของฉัน ความจริงแล้วไม่จัดก็ไม่ต่างกันกันหรอ