กค่ะ ใช่ไหมอวิ๋นตั่ว?”อวิ๋นตั่วไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจเธอไม่เห็นด้วยกับคำพูดของแม่ ถ้าไม่อยากจัดก็ควรจะบอกตั้งแต่แรกว่าไม่จัด ในเมื่อตัดสินใจจะจัดแล้วมาถอนตัวตอนใกล้ถึงเวลามันหมายความว่าอะไรล่ะ? ทำให้เธอเสียหน้าต่อหน้าเพื่อนสนิท นี่ต่างอะไรกับการหนีการแต่งงานกัน? นี่ไม่เท่ากับประกาศให้รู้อย่างเป็นทางการว่าหลิวอวี่เจ๋อกับอวิ๋นตั่วแยกทางกันเดินแล้วเหรอ?ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร อวิ๋นตั่วก็รับไม่ได้ทั้งนั้น! ยิ่งไปกว่านั้น เธอคิดไม่ออกจริงๆ ว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้อวี่เจ๋อจากไปแบบไม่บอกไม่กล่าว!ชูยินประคองลูกสาวขึ้นมา “อวิ๋นตั่ว เรากลับบ้านกันก่อนเถอะลูก”อวิ๋นตั่วยืนขึ้น ปล่อยให้แม่จูงตนเดินออกไปข้างนอก“นะ…นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?” จ้าวเยว่เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง“เด็กๆ ไม่อยากจัดงานขึ้นมากะทันหันน่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก” ชูยินแสร้งทำเหมือนไม่เป็นอะไรจ้าวเยว่ถอนหายใจออกมาขณะที่มองตามหลังชูยิน “เป็นแบบนี้ตลอดเลย เห็นความหวังดีของฉันเป็นเจตนาร้าย”“ช่างเถอะค่ะ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ” สือเหยียนพูดจ้าวเยว่ไม่พลาดโอกาสที่จะสั่งสอนลูกสาว “เห็นหรือยัง แม่บอกแล้ว ว่าการมีแฟนตอนเรียนมหาวิทยาลัยน่ะไว้ใจไม่ได้ เชิญแขกมาเยอะขนาดนี้ จัดงานหมั้นอะไรก็ไม่รู้ ผลสุดท้ายว่าที่เจ้าบ่าวหาย ครั้งนี้บ้านอวิ๋นเสียหน้ายกใหญ่แล้ว!”สือหยวนจ้องมองภรรยาแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “เวลาแบบนี้ คุณเลิกพูดกระทบกระเทียบได้แล้ว”