อวิ๋นตั่วรู้สึกไม่สบายใจ กอดแม่ไว้แน่น ลูบหลังแม่แล้วบอกว่า “แม่คะแม่ไม่ต้องห่วงหนูนะ หนูสบายดี ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถมีลูกได้แล้วจริงๆ อวี่เจ๋อก็ไม่ว่าหนูหรอก ใช่ไหมอวี่เจ๋อ?”อวี่เจ๋อรู้สึกราวกับว่าตัวเองร่วมเล่นละครตบตาไปด้วย เขารู้สึกประหลาดใจที่จู่ๆ ตนก็กลายเป็นพ่อคนที่ได้เสียลูกไป แต่เขาก็จำเป็นต้องเล่นละครต่อไป ใครให้คนรักของเขาต้องมาแสดงละครนี้กันล่ะ? จะต้องบุกนํ้าลุยไฟก็จะอยู่เคียงข้างเธอ เรื่องเล็กๆ แค่นี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง“ใช่ครับ” อวี่เจ๋อตอบ“ถ้านายกล้านอกใจ ฉันไม่เอานายไว้แน่!” อวิ๋นเฉียวว่าอวิ๋นตั่วตำหนิพี่ชาย “พี่วางมีดลงก่อนได้ไหมคะ ถ้ามันบาดคนอื่นขึ้นมาจะทำยังไง?”อวิ๋นเฉียววางมีดในมือลงแล้วถอนหายใจนั่งลงบนโซฟา ว่าดุน้องสาว“เธอนี่ก็เหมือนชาวนาเลี้ยงงูเห่า ชาวนาเลี้ยงงูเห่าโดยแท้ๆ เลย!”“แม่กลับคิดอีกอย่างนะ ไม่รู้ว่าพวกลูกๆ จะเห็นด้วยหรือไม่?” ชูยินพูดขึ้นทั้งสามคนมองชูยินเป็นตาเดียว ไม่รู้ว่าคนเป็นแม่กำลังคิดอะไรชูยินเห็นทั้งสามคนรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ ก็พูดต่อว่า “ปิดเทอมฤดูร้อนนี้ จัดงานหมั้นให้พวกเธอทั้งสองคน ถือว่าเป็นการหมั้นหมายพวกเธอเอาไว้ก่อน แบบนี้ต่อไปพวกเธอเกิดจะมีลูกขึ้นมาก็ไม่ต้องรู้สึกอึดอัดใจอะไร พอได้ใบสมรสมาแล้วอยากจะมีลูกก็สามารถทำได้”อวิ๋นเฉียวเตือนสติแม่ “น้องเพิ่งจะปีหนึ่งเองนะครับ”“แม่ก็แค่คิดว่าพอเรียนปีหนึ่งก็…” ชูยินหยุดชะงักไปนิดหนึ่ง ไม่ได้พูดประ