ย็นชาของเธอเมื่อหลายวันก่อน ท่าทางเคร่งขรึมของเธอก็เป็นเหมือนกับฝันร้าย ในตอนนี้เธอยืนอยู่ตรงหน้าเขา กลับมาหัวเราะได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะโกรธแล้วมาโต้เถียงกับเขา แต่ก็ยังมีความสุขมากกว่า“ขอเพียงเธอไม่เย็นชากับพี่ จะให้พี่คุกเข่าบนอะไรก็ได้ทั้งนั้น”คำพูดที่ทำอวิ๋นตั่วใจสั่น พูดเสียงเบา “หนูไม่ให้พี่คุกเข่าอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ เพราะหนูคงทำไม่ลงหรอก”พออวิ๋นตั่วกลับถึงหอพักก็ถูกลั่วเสวี่ย ฉงหรง กู่เลี่ยงล้อมหน้าล้อมหลังไว้“เธอเห็นแล้วยัง?” ลั่วเสวี่ยถาม“ถ้าไม่ได้ตาบอด ใครจะมองไม่เห็นกันล่ะ?” กู่เลี่ยงว่าฉงหรง “นี่มันก็โอเวอร์เกินไปหน่อยแล้ว เดี๋ยวนี้จะขอโทษทั้งทีต้องทำกันขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย”กู่เลี่ยงรู้สึกกังวลถึงอนาคตของตนเอง “แล้วนี่พวกผู้ชายอย่างพวกเราจะทำยังไงต่อไปได้ล่ะ เกิดทำให้แฟนสาวไม่พอใจขึ้นมา จอโฆษณา LED ทั่วทั้งเมืองต้องปรากฏคำขอโทษ แล้วก็ต้องมีกุหลาบเต็มจอไปหมด!”“เรื่องนี้ทำให้พวกเธอรู้ว่า อย่าได้เผลอทำให้แฟนสาวไม่พอใจเป็นดีที่สุดไม่งั้นเสียหายนับแสน!” อวิ๋นตั่วว่าเทียนอี้พอได้ข่าวว่าอวิ๋นตั่วกับอวี่เจ๋อคืนดีกันแล้ว เขาก็รู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง เขายังนึกว่าโอกาสได้มาถึงแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าที่คิดฝันไว้จะกลับตาลปัตร เขาไม่ยอม จู่ๆ ทำไมถึงคืนดีกันแล้วล่ะ ก็วันนั้นอวิ๋นตั่วร้องไห้เสียใจขนาดนั้นนี่เขาวิ่งไปหาอวิ๋นตั่วเพื่อถามให้รู้เรื่อง พร้อมกับความรู้สึกขุ่นเคืองในใจ“นี่เธอย