“พูดอะไรอย่างนั้น พี่ชายจะมาชวนน้องสาวของตัวเองไปกินข้าวยังต้องมีเรื่องอะไรพิเศษด้วยเหรอ?” อวิ๋นเฉียวคิดครู่หนึ่ง “ถ้าอยากได้เหตุผลสักข้อละก็ งั้นก็ฉลองที่เธอโต้วาทีได้เยี่ยมที่สุดเลยเป็นไง”“แล้วคนฟังได้สิทธิ์นั้นด้วยไหมคะ?” ลั่วเสวี่ยมาร่วมวงด้วยอวิ๋นเฉียวยิ้มขอโทษ “วันนี้เป็นการฉลองให้น้องสาวฉัน พวกเธอเอาไว้วันหลังแล้วกันนะ”ลั่วเสวี่ยมองอวิ๋นตั่วกับอวิ๋นเฉียวเดินจากไป ก็กระซิบพึมพำ “คนนี้ดูท่าจะไม่เหมือนคนเก่าแล้วจริงๆ ”“เพราะไม่เหมือนหนุ่มเสเพลแล้วนะเหรอ?” ฉงหรงถาม“ยังจะถ่ายต่อไหม ถ้าไม่ถ่ายฉันกลับแล้วนะ” กู่เลี่ยงตะโกนพูดขึ้นฉงหรงรู้สึกตัว รีบกลับไปนั่งอยู่ที่โต๊ะผู้ประกาศข่าวอย่างเดิมอวิ๋นเฉียวโอบบ่าอวิ๋นตั่วเดินในมหาวิทยาลัย ใบหน้าที่หล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เห็นสาวสวยที่เดินผ่านไปแล้วก็อดไม่ได้ที่จะมองเหลียวหลังอีกสักหน่อยอวิ๋นตั่วนึกถึงคำพูดของอวี่เจ๋อแล้วก็เดือดดาดกับความไม่เอาไหนของพี่ชายขึ้นมา “พี่ชอบมองสาวสวยขนาดนี้เลยเหรอคะ?”“ใครๆ ก็ชอบสิ่งสวยงามกันทั้งนั้นแหละ!” อวิ๋นเฉียวตอบอย่างผ่าเผย“พี่ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะ ไม่คิดจะจริงจังกับความรัก คิดเรื่องแต่งงานมีลูกเหมือนคนอื่นเขาบ้างเหรอ?”“นั่นเป็นชีวิตที่เธอต้องการไม่ใช่พี่ พี่ว่าการแต่งงานน่ะเป็นเรื่องที่โง่มากๆ ไอ้การยอมทิ้งดอกไม้ทั้งผืนป่าเพื่อคนเพียงคนเดียวน่ะ”“พี่เป็นแบบนี้ อวี่ซีรู้หรือเปล่า?”“คนที่รู้จักพี่ก็รู้ก