นายไม่ชอบกินทุเรียน แต่ตอนนี้กลับชอบแล้ว”“ตรรกะอะไรของนายเนี่ย พวกนายพี่น้องสองคนนี่เหมือนกันเลยนะ
หรือว่าคนเราไม่ควรจะรับผิดชอบต่อความรู้สึกของอีกฝ่ายเลยงั้นเหรอ รักคนๆหนึ่ง บอกตัวเองว่าตนเองจะต้องปกป้องเธอไปตลอดชีวิต มันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเหรอไง อย่างน้อยในวินาทีที่ฉันรู้ตัวว่าฉันรักอวิ๋นตั่วแล้ว ฉันก็รู้ว่าฉันจะไม่รักใครคนอื่นอีก”“ตอนที่นายกับอวิ๋นตั่วอยู่ด้วยกัน เคยคิดบ้างไหมว่าสักวันพวกนายอาจทะเลาะกัน ฉันคิดว่านายไม่เคยคิด นายคงคิดว่านายรอเธอมาหลายปีขนาดนี้ตอนนี้ในที่สุดก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว จะได้อยู่ด้วยกันทุกวัน ราวกับได้ใช้ชีวิตที่หวานปานนํ้าผึ้งงั้นใช่ไหม?”“นั่นเป็นเพราะนาย พวกเราทะเลาะกันก็เพราะนาย” อวี่เจ๋อเสียงเข้ม“ใช่ วันนี้เป็นเพราะฉัน แล้วพรุ่งนี้ล่ะ นายรับประกันได้ไหมว่าพรุ่งนี้พวกนายจะไม่ทะเลาะกันเพราะเรื่องไร้สาระอีก เห็นไหมล่ะ เราต่างก็บอกไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น นายไม่รู้ว่าพรุ่งนี้นายกับอวิ๋นตั่วจะไม่ทะเลาะกันอีก ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะรักอวี่ซีได้นานขนาดไหน แต่อยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่การใช้ชีวิตในตอนนั้น ในทุกขณะ ฉันแค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองก็พอแล้วนี่”“นายนี่มันเพลย์บอยจริงๆ เลย!”“เรื่องนี่นายก็รู้มาตลอดอยู่แล้วนี่” อวิ๋นเฉียวถือว่าคำวิพากษ์วิจารณ์นี่เป็นคำชม “วันนี้นายนัดฉันมา คืออยากให้ฉันช่วยเกลี้ยกล่อมอวิ๋นตั่ว หรือว่าอยากให้ฉันรับประกันอะไร?”“นาย