ั่งกับคนข้างๆ กู่เลี่ยง แล้วถามว่า “บอกมาซะดีๆ นายไปฟังใครพูดมา?”“เจ้าของร้านหม้อไฟ” กู่เลี่ยงพูดไม่ต้องคิดเลย เป็นเฉินอวี้อย่างแน่นอน แต่กู่เลี่ยงกับเฉินอวี้ไม่ได้สนิทกันเฉินอวี้จะบอกเรื่องนี้กับเขาได้อย่างไร?“ทำไมนายได้ยินมาล่ะ?”“ฉันได้ยินเขาพูดให้ลั่วเสวี่ยกับฉงหรงฟัง” กู่เลี่ยงพูด“ที่ร้านหม้อไฟเหรอ?”“ถ้าไม่ใช่ที่นั่นแล้วจะเป็นที่ไหนได้ล่ะ? เฉินอวี้นั่นกำลังจีบลั่วเสวี่ยใช่ไหม ฉันเห็นเขาพยายามเอาใจเธอตลอดเลย”“นายไปกินหม้อไฟคนเดียวเหรอ?”“เธอโง่หรือไง ใครจะไปกินคนเดียวกัน” กู่เลี่ยงมองอวิ๋นตัวอยางไม่พอใจ “ทำไมทำท่าทางเหมือนสอบสวนนักโทษล่ะ ฉันหวังดีบอกข่าวเธอนะเธอจะได้ไม่ตกหลุมพรางคนอื่น”อวิ๋นตั่วนึกถึงท่าทางที่เฉินอวี้คุยเรื่องคุยเรื่องการแต่งกายของเธอและหัวเราะลั่นต่อหน้าลั่วเสวี่ยกับฉงหรง แบบนั้นก็อดกรอดฟันอย่างโมโหไม่ได้ไม่น่าล่ะเมื่อวานฉงหรงกับลั่วเสวี่ยถึงไม่ถามเธอสักคำ ที่แท้ก็มี่คนมารายงานสถานการณ์ให้พวกเธอฟังก่อนแล้วนี่เองการบรรยายของเจ๊อู๋น่าเบื่อมาก นักศึกษาหลายคนใกล้จะหลับแล้วกู่เลี่ยงหาวหนึ่งที “เมื่อคืนกว่าฉันจะนอนได้ก็ดึกเลย ง่วงจะตายอยู่แล้ว!ต้องเรียนคาบของเจ๊อู๋ก็มีข้อดีเหมือนกันนะ ไม่ต้องกังวลว่าจะนอนไม่หลับไงดังนั้นฉันว่าถ้านักศึกษาโดดเรียน อาจารย์ควรหาสาเหตุจากตัวเอง อย่านึกว่าแค่หยิบสมุดมาเช็คชื่อแล้วจะจัดการศัตรูได้หมดทั้งโลก ถ้าบรรยายในคาบเรียนให้สนุกสักหน่อย